สวัสดีปีใหม่ 2556/2013

เตรียมกิจสำเร็จอนาคตให้พร้อมไว้ก่อน อย่าให้กิจนั้นบีบคั้นตัว เมื่อถึงเวลาต้องทำเฉพาะหน้า (จากพระไตรปิฏก 27/1636)

เป็นคำสอนของพระพุทธองค์ ลอกมาจากซองใส่หนังสือธรรมะที่รับประจำ ที่ยกขึ้นมาก่อนในการเขียนนี้เพราะช่างเข้ากับบรรยากาศช่วงของการเปลี่ยนถ่ายจากปีเก่าเป็นปีใหม่เหลือเกิน ดูแล้วหลายคนอาจจะบอกว่ามันเข้ากันตรงไหน? แต่สำหรับผู้เขียนแล้วนี่แหละเป็นคำเตือนอันสุดยอดเพราะต้องใช้สภาวะที่เป็นอยู่นั้นรองรับ ช่างเถอะถ้าไม่เข้าใจอย่างไรก็ผ่านไปก็แล้วกัน มาพูดถึงเรื่องที่เชื่อมโยงกับหัวเรื่องปีใหม่กันดีกว่า

เมื่อถึงปีใหม่ที่ไรมีหลายเรื่องเกิดขึ้นในสมอง บางครั้งก็สับสนไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร เช่นมีบางอย่างที่เราไม่เห็นด้วยแต่ก็ต้องทำ และบางอย่างก็เลิกทำได้เพราะไม่เห็นด้วย นึกถึงคำพูดของท่านอิกคิวซังที่บอกว่าเมื่อถึงวันปีใหม่หลาย ๆ คนก็ฉลองกันอย่างสนุกสนานโดยการลืมไปว่าเราใกล้วันตายเข้าไปอีกหนึ่งปีแล้ว เราเห็นด้วยกับท่านอิกคิวซังเป็นอย่างยิ่ง มีการอวยพรกันต่าง ๆ นา ๆ ให้ได้รับความสุขอย่างโน้นอย่างนี้บ้าง ดูแล้วมันเป็นเรื่องของการปรารถนาดี แต่มันจะเกิดเป็นจริงอย่างนั้นหรือเปล่าถ้าเราไม่ทำเอา แต่คนเราก็ชอบเพราะมันง่ายดีได้มาโดยไม่ต้องลงแรง สำหรับเราบอกเลยว่าไม่ถนัดในการอวยพรแบบนี้ แต่จะบอกให้ลงมือทำถ้าอย่างได้อะไร มันอาจจะยุ่งยากหน่อย อย่างไรก็ตามก็รับรองว่าจะได้รับแน่นอน

พอถึงวันที่ 1 มกราคมทีไร คนทั่วโลกก็ยอมรับกันว่านี่แหละวันปีใหม่ ใครหนอเป็นคนคิดคนแรกก็ไม่รู้ เรามีปีใหม่มากี่ปีแล้วก็เป็นเรื่องที่ไม่มีใครคาดเดาได้ แต่ถ้าจะนับจากพระพุทธองค์ปรินิพพานก็เป็นเวลา 2555 ปีแล้ว หรือจะนับตั้งแต่พระเยซูเกิดก็เป็นเวลา 2013 ปีแล้ว จะสิ้นสุดเมื่อไหรก็ไม่รู้ ในทางพระพุทธศาสนาพระพุทธองค์ทำนายว่าศาสนาของพระองค์จะมีอายุถึง 5000 ปี ส่วนทางคริสต์ก็ไม่บอก ใครหนอบอกว่าโลกจะแตกในปี 2012 เอ้า…นี่ก็ผ่านมาแล้ว สำหรับนักวิทยาศาสตร์ก็บอกว่าอีกประมาณ 4000 ล้านปีโลกแต่แน่นอนเพราะดวงอาทิตย์จะโตขึ้นเป็น 60 เท่า จะไม่ให้โลกแตกได้อย่างไร แค่ตอนนี้พระอาทิตย์แค่ดวงเดียวก็ร้อนตับแตกอยู่แล้ว ถึงเวลานั้นเราก็จะไม่ขออยู่ดูแล้ว

เอ้า..ชักจะไปกันใหญ๋แล้วพอพูดถึงปีใหม่กลายเป็นเรื่องโลกแตกไปซะนี่ จริง ๆ แล้วโลกจะแตกหรือไม่แตกมันก็ไม่สำคัญนึกถึงพุทธพจน์ข้างบนเอาไว้แล้วทุกอย่างก็ไม่ต้องทุกข์ร้อนอะไร ที่จริงโลกภายนอกมันเป็นโลกที่เหนือความควบคุมของเรา พระพุทธองค์ให้พิจาณาโลกคือกายยาววา หนาคืบ กว้างศอก นี้แหละสำคัญกว่าอย่างอื่น คำว่าโลกแตกสำหรับโลกใบนี้ไม่ต้องบอกก็ได้ว่าหมายถึงอะไร ให้นึกถึงพุทธพจน์ข้างบนไว้ เมื่อถึงวันนั้นเขามาจริง ๆ เราก็ไม่ต้องทำอะไรอีก นี่คือความหมายสุด ๆ ของพุทธพจน์ข้างบน (ตามความเข้าใจของเรา)

วันนี้เป็นวันสุดท้ายของปีเก่า พรุ่งนี้ก็ปีใหม่ตามสมมุติ ปีเก่าตั้งใจไว้หลายเรื่องทำได้บ้าง ทำไม่ได้บ้าง โดยเฉพาะงานเขียน blog ตั้งใจจะกลับมาเขียนหลายครั้งก็ไม่ได้เขียน ดูคล้าย ๆ ว่าจินตนาการอะไรหลาย ๆ อย่างจะหายไป มีการดร๊าฟห้วข้อไว้และเขียนแนวความคิดเกริ่นไว้ แต่พอมาดูอีกทีก็ไม่รู้จะเขียนอะไรต่อ ได้แต่พ้อตัวเองว่าจินตนาการคงหายไปแน่ ๆ เรื่องนี้พอรู้ตัวอยู่บ้างเราจะมองความจริงหรือ fact มากกว่าจินตนาการ มันเป็นไปของมันเอง เมื่อเวลาเปลี่ยนไป ต่อไปจะเป็นอย่างไรก็ไม่รู้ งานเขียนชิ้นนี้ก็เหมือนกัน ไม่ได้คิดว่ามันจะต้องออกมาอย่างไร เขียนไปเรื่อย ๆ ตามแบบฉบับที่อยากจะเขียน เพื่อเรียกความสามารถเดิม ๆ กลับคืนมา และก็ตั้งใจอีกแล้วละว่าปีใหม่นี้จะเขียนอะไรมากขึ้นกว่าปีที่แล้ว

เมื่อเอาพุทธพจน์ข้างบนมาจับกับชีวิตของตัวเอง ก็อดภูมิใจตัวเองไม่ได้ว่าเราก็ได้ทำอย่างพุทธพจน์ ทำให้เราไม่เดือดร้อนอะไรแม้ว่าวันเดือนจะผ่านไปจากปีเก่าเป็นปีใหม่สักกี่ครั้ง แต่เพื่อไม่ประมาทเราต้องทำซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพื่อให้มั่นใจเมื่อวันนั้นมาถึง

About เพียรพอเพียง

เขียนอะไรที่อยากจะเขียน เป็นคนชอบเขียนหนังสือ เขียนอะไรไปตามเรื่อง แล้วแต่จะนึกคิดได้ เนื้อหาหลากหลายทั้งธรรมะ ตลกขบขัน ความคิดสร้างสรรค์ วิชาการ ไม่ใช่วิชาการ อาจจะมีบทหน้งละครบ้าง (แต่ยังไม่ทำ)
This entry was posted in Dhamma & Life. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s