ทำนาแบบนี้ – ชาวนามีแต่หนี้

เราจะได้ยินเสมอว่าชาวนามีแต่หนี้ ตอนแรกก็ยังไม่เชื่อสนิทมากนัก แต่พอมาทำนาด้วยตัวเองเชื่ออย่าสนิทใจเลยว่า ถ้าชาวนาทำนาอย่างนี้ต้องเป็นหนี้แน่นอน แต่การกลับมาทำนาของผู้เขียนตั้งใจไว้ว่าจะไม่ทำอย่างที่ชาวนาทำอยู่ในปัจจุบัน แล้วจะทำนาต่างจากชาวนาทั่วไปอย่างไร โปรดติดตาม

เริ่มทำนาปีนี้เป็นปีที่ 3 ปีแรกหลังจากซื้อนาต้องปรับนาใหม่หมดเพราะนาที่ซื้อมีพื้นที่เป็นสระเสียส่วนมากและเป็นนาผืนใหญ่ ต้องถมสระบางส่วนและปรับนาให้เล็กลง หลายอย่างยังไม่ลงตัวพร้อมกระแสการทำนาแบบนาโยนมาแรงเลยทำนาโยนอย่างทุลักทุเลมีดำบ้าง นาเกือบ 4 ไร่ได้ข้าว 16 กระสอบปุ๋ย ถ้าถามว่าคุ้มไหมกับการลงทุน บอกได้เลยว่าไม่คุ้ม แต่ที่คุ้มแน่ ๆ คือการได้กินข้าวอินทรีย์ที่ปลูกเอง เป็นข้าวกล้องเสียด้วย ปลูกเอง สีกินเอง แล้วจะบอกว่าข้าวกล้องดีอย่างไร นอกจากกินในครอบครัวตัวเองแล้วยังได้แบ่งปันญาติบ้าง เห็นญาติบอกว่าเป็นข้าวที่อะร่อยมากเพราะเป็นข้าวอินทรีย์

การทำนาปีที่สอง – นายังต้องปรับอีกมาก ซื้อเพิ่มอีกไร่ครึ่ง ตอนนี้นาเพิ่มเป็น 5 ไร่ การเตรียมพื้นที่แม้จะใช้เวลามากพอสมควรแต่ก็ไม่พร้อมอยู่ดีเพราะเป็นการปรับใหญ่ ปรับใหม่ ปีนี้มีการหว่านแต่ข้าวไม่ขึ้น ต้องทำนาดำ แม้จะขนปุ๋ยใส่เข้าไปเท่าไหร่ข้าวก็ไม่งามเพราะดินปรับใหม่ ไม่มีอินทรีย์วัตถุเลยแถมไม่ยอมใช้ปุ๋ยเคมีอีก ผลออกมาปีนี้แม้ว่าพื้นที่จะมากกว่าปีที่แล้วแต่ได้ข้าวเพียง 15 กระสอบเท่านั้น แค่นี้ก็พอตอนนี้ยังเหลืออยู่อีก 5 กระสอบหลังจากแจกญาติบ้างแล้ว คาดว่าจะคุ้มปี

ย่างเข้าปีที่ 3 คือปีนี้พื้นที่ยังต้องปรับอีกเหมือนเดิม ปีที่แล้วปรับได้ระดับแล้วนะ ปีนี้รถไถ ๆ อีกทีแทนที่จะทำได้ระดับแต่กลับทำระดับเสียไปเสียอีก เฮ้อ…ปีหน้าคงต้องดูให้ดี ปีนี้ทำทั้งนาหว่านและนาดำ ที่ต้องดำเพราะใช้ข้าวเก่าปีที่แล้วหว่านส่วนหนึ่ง ไม่ขึ้นเลยสักเม็ดจำเป็นต้องดำ ก็ดีเหมือนกันจะได้ทำวิจัยไปด้วย ทำนาหลาย ๆ รูปแบบทั้งนาโยนนาดำ นาหว่าน จะได้รู้กันสักทีว่าแบบไหนเหมาะกว่ากัน แต่ที่ตั้งใจไว้จะไม่ทำทั้งสามแบบที่กล่าวมา เพราะอะไรหรือ?

อย่างที่บอกถ้าชาวนาทำนาแบบนี้ก็คงเป็นหนี้ตลอดไป จะไม่เป็นหนี้อย่างไร ทุกขั้นตอนมีแต่การใช้เงินทั้งนั้น เริ่มตั้งแต่การไถนาต้องใช้รถไถใหญ่ (เขาไม่ใช้รถไถเดินตามแล้ว – ส่วนใหญ่) โดยเฉพาะนาหว่านและต้องทำตั้งแต่ต้นปี บางครั้งฝนตกไม่ต่อเนื่องหญ้าขึ้นมากกว่าข้าว บางนาต้องไถนาใหม่และใช้รูปแบบการดำ กล้าก็ต้องซื้อ ต้องจ้างคนดำ (แพงด้วย) ปุ๋ยก็ใส่ เกี่ยวก็ต้องจ้างรถเกี่ยว มีแต่รายการเสียเงินทั้งนั้น ชาวนาก็ทำนาปีละไม่เกิน 10 วันอยู่ในนา แล้วอย่างนี้จะไม่ให้มีแต่หนีได้อย่างไร? สำหรับตัวเองก็จ่ายค่าต่าง ๆ ที่กล่าวมาแต่ต้นนั้นไปมากเหมือนกัน แต่นีถือว่าเป็นการเตรียมพร้อมก็แล้วกัน แล้วถามว่าจะทำอย่างไร

การที่ผู้เขียนตั้งใจจะกลับมาทำนาเพราะแรงบันดาลใจจากฟูกูโอกะ และเชื่อว่าวิธีนี้เป็นทางออกของชาวนาไทย ใครไม่เอาก็ช่างแต่ผู้เขียนจะเอา โชคดีหน่อยที่วิธีการนี้ได้ถูกนำมาใช้โดยชาวนาไทยที่มีดีกรีระดับดอกเตอร์ นั่นคือ ดร. แสวง รวยสูงเนิน ซื้อหน้งสือของท่านเขียนมาอ่าน บอกได้อย่างเดียวว่าใช่เลย ถือว่าเรานี้โชคดีนะที่มีผู้ทำได้ผลมาก่อน แต่เราคงต้องทดลองเอง นี่คือเป้าหมายของการมาทำนาของผู้เขียน บอกได้เลยว่าจะต้องไม่เหมือนชาวนาทั่วไปทำ ถ้าทำนาต้องเป็นหนี้แล้วจะทำ ๆ ไม คงต้องคอยดูกันต่อไป แล้วผู้เขียนจะเขียนเรื่องนี้ไปเรื่อย ๆ เป็นรูปแบบการบันทึกอีกรูปแบบหนึ่ง

สุดท้ายคงต้องมาบอกเล่าเก้าสิบเรื่องคุณประโยชน์ของข้าวกล้องที่เห็นชัด ๆ เป็นรูปธรรมสำหรับผู้เขียน ปกติแล้วผู้เขียนมีอาการเจ็บข้อมือแถมปูดขึ้นทุกวัน คิดว่าชาตินี้คงทำอะไรไม่ได้มากถ้าอาการเป็นเช่นนี้ แต่หลังจากกินข้าวกล้องมาสองปี อาการปวดข้อมือก็ลดน้อยลง บางข้อก็หายเจ็บ นี่คือประโยชน์ที่เห็น ๆ แต่จริง ๆ แล้วข้าวกล้องมีการวิจัยมาแล้วว่ามีประโยชน์มากมาย แต่ก็แปลกคนเรากลับหันไปกินข้าวขาวมากกว่า จะบอกว่าคนเราโง่หรือฉลาดกันแน่

About เพียรพอเพียง

เขียนอะไรที่อยากจะเขียน เป็นคนชอบเขียนหนังสือ เขียนอะไรไปตามเรื่อง แล้วแต่จะนึกคิดได้ เนื้อหาหลากหลายทั้งธรรมะ ตลกขบขัน ความคิดสร้างสรรค์ วิชาการ ไม่ใช่วิชาการ อาจจะมีบทหน้งละครบ้าง (แต่ยังไม่ทำ)
This entry was posted in KonTamNa (คนทำนา). Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s