การเรียน-การสอน-การสอบ-ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ

วันนี้ (20/7/55) ไปคุมสอบวิชาที่ตัวเองสอน แม้จะลาออกจากราชการแล้ว แต่ก็ยังรับเป็นอาจารย์พิเศษ รับสอนวิชาเลือกที่คิดว่าตัวเองถนัดที่สุด ที่รับสอนก็เพราะเสียดายว่าถ้าเราไม่สานต่อแล้วคงหาคนอื่นสานต่อได้ยาก แถมการสอนเป็นการสอนฟรีไม่ร้บค่าสอนแม้จะได้ตามสิทธิ์ก็ตาม เงินที่ได้มาก็จะคืนกลับไปสู่เด็กนักศึกษาในรูปแบบของทุนการศึกษาและของขวัญเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ทำเช่นนี้เพราะตั้งใจไว้ว่าตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2554 เป็นต้นไปจะทำงานโดยไม่รับค่าตอบแทน และจะเลือกทำเฉพาะที่อยากจะทำเท่านั้น

ย้อนไปสมัยยังเป็นอาจารย์ประจำอยู่ บังเอิญได้เรียนรู้เรื่องการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ (student-centred) และเป็นส่วนหนึ่งของงานวิจัยสมัยเรียนอยู่ที่ประเทศออสเตรเลีย เมื่อกลับมามีการส่งเสริมให้ใช้รูปแบบนี้มาใช้ในระบบการศึกษาไทย แต่ก็แปลกหาคนใช้น้อยมาก โดยเฉพาะคนที่คิดว่าตัวเองเรียนสูง ๆ มาต้องการที่จะอวดภูมิตัวเองโดยการสอนในรูปแบบเดิมที่เรียกว่าผู้สอนเป็นสำคัญ (teacher-centred) คนเหล่านั้นหารู้ไม่ว่าการสอนแบบผู้เรียนเป็นสำคัญนั่นหละเป็นการแสดงถึงกึ่นของผู้สอนได้เป็นอย่างดี มีการกล่าวถึงว่านักศึกษาไทยไม่พร้อมที่ปรับเปลี่ยนรูปแบบของการเรียนรู้ สำหรับผู้เขียนแล้วเห็นว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่ผู้เรียนแต่ปัญหาอยู่ที่ผู้สอนต่างหากล่ะที่ไม่ยอมปรับเปลี่ยน

สำหรับผู้เขียนแล้วได้ใช้รูปแบบการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมาตลอด ได้มีโอกาสเข้าร่วมอบรมสัมมนาหลายครั้งหลายหน ได้ทำวิจัย เขียนบทความทางวิชาการด้านการเรียนการสอนในชั้นเรียนมาตลอดโดยเฉพาะในช่วงท้ายของการรับราชการในอาชีพสอนก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นอาชีพเกษตรกรในปัจจุบัน แต่ก็ยังเกี่ยวข้องการการเรียนการสอนอยู่ ก็เลยอยากจะเขียนอะไรเล่าสู่กันฟังบ้างจากประสบการณ์

อย่างที่บอกว่าวิชาที่ผู้เขียนสอนเป็นวิชาที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบผลิตภัณฑ์ทางวิศวกรรมที่ผู้เขียนได้ทำวิจัยมาในขณะศึกษาในระดับปริญญาโทที่ออสเตรเลีย ซึ่งการเรียนการสอนการออกแบบนั้นจะมีรูปแบบการเรียนการสอนที่ต่างจากการเรียนการสอนสาขาวิชาอื่น และการเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญจึงเหมาะสมที่สุด

เริ่มต้นจากการเรียนที่เปิดโอกาสนักศึกษาตั้งคำถาม (ซึ่งต้องใช้แรงกระตุ้นอย่างมาก) แล้วเอาคำถามเหล่านั้นมาเป็นสารตั้งต้นสำหรับที่จะนำเข้าสู่บทเรียน มีการแนะนำรูปแบบของการเรียนโดยจะเริ่มต้นจากภาพใหญ่ไปสู่ภาพเล็ก ยกตัวอย่างเช่นถ้าจะสอนการสร้างบ้าน ก็ให้ผู้เรียนไปออกแบบบ้านตามที่ตัวเองคิดมาเลยโดยที่เขาไม่จำเป็นจะต้องรู้เรื่องบ้านแต่อย่างไร จะเป็นบ้านชั้นเดียว เพิงหมาแหงน หรือตึกสองชั้น สามชั้นอะไรก็ได้ แล้วค่อยมาแตกย่อยออกไปเช่นองค์ประกอบใหญ่ของบ้านประกอบไปด้วย ฐานราก ตัวบ้าน และหลังคา แล้วแต่ละส่วนก็ค่อยแยกส่วนย่อยไปเรื่อย ๆ ผลจะทำให้ผู้เรียนมองเห็นภาพรวมได้ นี่คือตัวอย่างหนึ่งของการเรียนการสอนที่เน้นให้ผู้เรียนเป็นสำคัญ

เอาละมาเล่าถึงการสอบที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญอย่างไร ผู้เขียนไม่มีข้อสอบมาตรฐาน การสอบแต่ละครั้งปรับไปตามสถานะการณ์ แต่ก็ให้อยู่ในบริบทของวิชาที่สอน ในปีนี้ก็เช่นเดียวกันข้อสอบก็ไม่มีการออกก่อน แต่ข้อสอบที่ออกโดยผู้เรียน โดยผู้เรียนได้ถูกแบ่งออกเป็น 10 กลุ่ม ๆ ละ 4 คน แต่ละกลุ่มได้มอบหมายให้ออกข้อสอบกลุ่มละข้อ จะเห็นว่าเราได้ข้อสอบทันที 10 ข้อ โดยผู้เรียนเป็นคนออก แล้วให้เลือกทำ 3 ข้อ (ได้แนะนำวิธีการทำข้อสอบไปแล้ว)

ที่เหนือกว่านั้นการสอบครั้งนี้ไม่มีการคุมสอบ อยากจะเปิดหนังสือตอบ (open book) หรือปรึกษาหารือกันยังได้ เป็นห้องสอบที่อาจจะมีเสียงคุยกันบ้างแต่ดูแล้วก็สงบเรียบร้อยดี รูปแบบการสอบแบบนี้ผู้เขียนใช้มาตลอดหลายปี ซึ่งผู้เขียนเห็นว่าการสอบที่มีผู้คุมนั้นคือความล้มเหลวของการศึกษา เพราะเราไม่เชื่อว่าลูกศิษย์เราจะมีความซื่อสัตย์หรือไม่ (เพราะสอนแต่วิชาการไม่สอนคุณธรรมให้เขา) อย่าลืมว่านักศึกษาจะต้องจบออกไปเป็นพลเมืองของชาติ ถ้าเขายังติดนิสัยขี้โกงตั้งแต่เรียนในมหาวิทยาลัย เราก็เห็น ๆ อยู่แล้วมีการคอรัปชั่นกันไปทั่วทุกหัวระแหงของประเทศ แล้วใครล่ะสร้างคนเหล่านี้ออกไป เรื่องคุณธรรมเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ผู้เขียนเน้นเสมอในทุกชั่วโมงของการสอนและทุกโอกาสอำนวย ก็ขอบอกตรง ๆ เลยว่าผู้เขียนเห็นว่ามีความสำคัญกว่าวิชาการเสียอีก

แล้วจะถามว่าถ้าเป็นเช่นนี้จะตัดสินอย่างไร นี่แหละเป็นการแสดงถึงกึ่นของผู้สอนล่ะว่ามีมากน้อยแค่ไหน ดังนั้นการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญไม่ได้หมายถึงผู้สอนไม่ต้องรู้อะไรเลยกลับตรงกันข้าม ผู้สอนต้องมีความรู้เป็นอย่างมาก หลังจากการสอบแล้วได้มีเสียงจากนักศึกษาว่าการสอบครั้งนี้เป็นการสอบที่สบายใจที่สุด นี่ไม่ใช่สิ่งที่เราต้องการหรือ?

จะเห็นได้ว่าการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญสามารถทำได้ทุกขั้นตอนของการเรียนรู้ ก็ขึ้นอยู่ว่าผู้สอนจะมีกึ่นแค่ไหนเท่านั้นเอง

About เพียรพอเพียง

เขียนอะไรที่อยากจะเขียน เป็นคนชอบเขียนหนังสือ เขียนอะไรไปตามเรื่อง แล้วแต่จะนึกคิดได้ เนื้อหาหลากหลายทั้งธรรมะ ตลกขบขัน ความคิดสร้างสรรค์ วิชาการ ไม่ใช่วิชาการ อาจจะมีบทหน้งละครบ้าง (แต่ยังไม่ทำ)
This entry was posted in Academic contents. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s