ผมเป็นคนไม่มีความสุข

ดูชื่อหัวข้อแล้วดูเหมือนว่าคน ๆ นี้ช่างอาภัพเหลือเกิน แต่จะอาภัพหรือไม่อาภัพก็ติดตามก็แล้วกัน ที่ได้หัวข้อนี้ขึ้นมาก็ตอนไปซื้อคอมพิวเตอร์ให้ลูกชาย ขณะอยู่บนรถด้วยกัน จู่ ๆ ลูกชายก็ถามขึ้นมาว่า ตอนนี้พ่อมีความสุขตรงไหน ตรงได้ทำนา ทำสวนหรือเปล่า เพราะเห็นพ่อได้ลาออกจากงานประจำ ซึ่งมีรายได้และเกียรติยศไม่น้อย แล้วมาอยู่ที่บ้าน ทำนา ทำสวน ทำโน่นทำนิ ไม่หยุดไม่หย่อน ลูกชายคงสงสัยเหมือนกัน แต่ที่คำตอบที่ลูกได้คงจะต้องงงไปนาน เพราะคำตอบที่ตอบไปคือ พ่อไม่มีความสุขแต่พ่อมีความสงบ เขาก็คงงงอยู่เหมือนกัน ว่าคนไม่มีความสุขมีอยู่ในโลกนี้หรือ ก็อธิบายหลาย ๆ อย่างให้เขาฟัง จะเข้าใจหรือเปล่าก็ไม่รู้ จริง ๆ แล้วมันเป็นเรื่องยากที่จะอธิบาย คนที่มีสภาวะจริงเท่านั้นจึงจะเข้าใจ

เราก็เป็นคนธรรมดาทั่วไปที่ต้องการความสุข และแสวงหาเกือบตลอดชีวิต ก็พอได้มาบ้างแต่ก็สงสัยว่าทำไมมันหายไปไวเหลือเกิน แต่พอมีความทุกข์มันกลับอยู่กับเรานาน ตั้งแต่เป็นเด็กจนถึงวัยรุ่น ก็ไม่ค่อยเชื่อในพุทธศาสนาว่าจะแก้ปัญหาให้ชีวิตได้หรือ แม้จะเรียนรู้เรื่องของศาสนามาบ้าง แต่ก็สงสัยมาตลอดว่าตั้งแต่ศีลข้อ ๑ ที่ว่าห้ามฆ่าสัตว์แล้วจะเอาสัตว์ไหนมากิน แต่ก็เห็นผู้ใหญ่เขาเล่าว่าฆ่าไปวัดไม่บาป พระบางรูปก็ว่าเช่นนั้น บังเอิญเราก็เป็นเด็กวัดเสียด้วย รู้สึกว่ามันย้อนแย้งกันในใจเสมอมา แล้วค่อยมาเข้าใจในตอนหลัง และก็เชื่อในพุทธศาสนาที่จะช่วยโลกได้ โลกในที่นี้อาจหมายถึงโลกที่เป็นโลกที่เราอยู่ในขณะนี้หรือโลกที่เป็นองค์ประชุมของร่างกายที่มีขนาดยาววา หนาคืบ กว้างศอกนี้

จากการศึกษาพุทธศาสนาพบว่าพระพุทธองค์ทรงค้นพบอริยสัจ ๔ อันประกอบด้วย ทุกข์ สมุทัย นิโรธ และมรรค ตอนแรกก็แปลกใจว่าทำไมพระพุทธองค์ไม่เห็นค้นพบความสุขล่ะ ต่อมาก็เริ่มเข้าใจบ้างแล้ว ก็ไม่แปลกอะไรที่ในตอนแรกที่เราพบว่าความสุขนั้นมันอยู่กับเราแป๊บเดียวก็หายไป บางคนก็ลงทุนมากมายเพื่อให้ได้มาซึ่งความสุข เล็ก ๆ น้อย แต่ความทุกข์ไม่เห็นต้องซื้อหาอะไรเลย เดี๋ยวมา ๆ บางครั้งลงทุนเท่าไหร่มันก็ไม่ไปสักที เศรษฐีบางคนก็ต้องฆ่าตัวตายเพื่อหนีจากทุกข์ นี่ก็เป็นการพิสูจน์ว่าความสุขจริง ๆ มันไม่มี มันมีแต่ทุกข์ดั่งที่พระพุทธองค์ตรัสรู้ แต่ที่เรารู้สึกว่าเป็นสุขนั้นเพราะว่าความทุกข์มันผ่อนคลายลดลงบ้างเท่านั้นเอง

ตายล่ะคนเราเกิดมามีแต่ความทุกข์แล้วเกิดมาทำไม จริง ๆ หลายคนก็ไม่อยากเกิดหรอก แต่มีคนให้เกิดแล้วเราจะทำอะไรได้ จริง ๆ แล้วพระพุทธองค์ก็ได้ตรัสถึงความสุขไว้เหมือนกันในหลายบทหลายตอน ก็จะเห็นว่าชีวิตนี้ไม่ได้เลวร้ายไปทั้งหมด เช่นความสงบเป็นสุขอย่างยิ่ง (วูปสโมสุโข) สงบในที่นี้หมายถึงสงบจากกิเลส แต่ถ้าปราศจากกิเลสเลยคือพระอรหันต์เป็นสุขยิ่งกว่าสุข (ปรมังสุขัง) เราคงได้แต่ภาษาสำหรับระดับนี้ แต่ที่จะพอมีบ้างคือความสงบ

ที่ตอบลูกชายไปว่าพ่อไม่มีความสุขแต่ก็พอมีความสงบอยู่บ้างคงเป็นคำตอบไม่ผิดนะ เพราะเรารู้ว่าความสุขมันไม่มี จะมีบ้างก็สุขตอแหล (สุขัลลิกะ) ซึ่งเราได้ผ่านมาแล้วและเข้าใจมันพอสมควร ตอนนี้ที่ตอบลูกชายไปว่าพ่อไม่มีความสุขแต่มีความสงบ จริง ๆ แล้วก็คือสุขที่เป็นสัจจธรรมนั่นเอง ที่เล่ามาทั้งหมดถ้าไม่สัมผัสเองจะไม่รู้หรอกนะจะบอกให้

About เพียรพอเพียง

เขียนอะไรที่อยากจะเขียน เป็นคนชอบเขียนหนังสือ เขียนอะไรไปตามเรื่อง แล้วแต่จะนึกคิดได้ เนื้อหาหลากหลายทั้งธรรมะ ตลกขบขัน ความคิดสร้างสรรค์ วิชาการ ไม่ใช่วิชาการ อาจจะมีบทหน้งละครบ้าง (แต่ยังไม่ทำ)
This entry was posted in Dhamma & Life, Uncategorized. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s