ข้าวยากหมากแพง – ไม่เห็นเกษตรกรรวยสักที

ไม่ว่ายุคไหนสมัยไหนก็มักจะได้ยินเสียงบ่นของคนว่าเป็นยุค “ข้าวยากหมากแพง” ซึ่งก็เข้าทางนักการเมืองอาชีพ(ทั้ง ๆ ที่การเมืองไม่ใช่อาชีพ)ในยุคนั้นหรือในยุคก่อน หรือแม้แต่ในยุคต่อ ๆ ไปใช้ในการหาเสียง ว่าจะแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาคิดอย่างอื่นไม่เป็นหรือไง ทั้งที่ปัญหาบ้านเมืองมีเยอะแยะ อย่างไรก็ตามเท่าที่จำความได้ในชีวิตของผู้เขียนได้ยินคำว่าจะแก้ปัญหาเศรษฐกิจมาตลอด น่าจะเป็นเศรษฐกิจของตัวเองเสียมากกว่า เพราะคนที่เป็นนักการเมืองส่วนใหญ่เริ่มแรกก็ไม่ค่อยมีอะไร แต่พอเป็นนักการเมืองได้สักพักเศรษฐกิจของตัวเองดีขึ้นเป็นกอง ส่วนคนส่วนใหญ่โดยเฉพาะคนที่ทำข้าวทำหมากน่าจะรวยกับเขาบ้าง แต่โดยความเป็นจริงแล้วไม่ใช่

คำว่า”ข้าวยากหมากแพง”ในยุคสมัยนี้คนรุ่นใหม่คงไม่เข้าใจเท่าไหร่ มันเป็นสำนวนในสมัยก่อนที่มีบางช่วงที่ฝนแล้งข้าวก็หายาก บางครั้งต้องหาเผือกหามันกินแทนข้าว ในยุคของผู้เขียนไม่ยังไม่เคยเจอ แต่ในยุคของพ่อแม่บอกว่าเคยต้องหาเผือกหามันมาเลี้ยงลูก ยิ่งหมากแพงคนรุ่นใหม่ก็คงไม่รู้เรื่อง เพราะคนไทยส่วนใหญ่ไม่กินหมากแล้ว การมีต้นหมากไว้ก็เป็นไม้ประดับเสียมากกว่า อยู่ที่บ้านของผู้เขียนหล่นไม่รู้จะหล่นอย่างไรแล้ว เอาเป็นว่าสำนวนที่บอกว่าข้าวยากหมากแพง แปลเป็นไทยยุคนี้คือ อาหารการกินแพงนั่นเอง

ถ้าคิดอย่างเป็นตักกะ เมื่ออาหารการกินแพง คนที่ผลิตอาหารน่าจะร่ำรวย แต่ความเป็นจริงกลับเป็นตรงกันข้าม ได้ยินแต่ข่าวว่าคนผลิตอาหารเลี้ยงโลกกลับกลายเป็นคนมีหนี้สินหรือมีเงินน้อยกว่ากลุ่มอื่น ๆ โลกนี้มันกลับหัวเป็นหางกลับหางเป็นหัวไปหรือเปล่า และที่แย่ยิ่งไปกว่านั้นผู้คนจะบ่นกันทั่วบ้านทั่วเมือง จะให้เกษตรกรรวยบ้างไม่ได้หรือไง ทีโทรศัพท์มือถือแพง ๆ ไม่เห็นบ่นกัน ยิ่งแพงเท่าไหร่ยิ่งต้องเข้าคิวซื้อกันเป็นว่าเล่น รถยนต์คันละเป็นล้านหรือหลายล้านบางครั้งต้องจองกันข้ามปี ไม่เห็นมีใครบ่นกันสักคำ

คงไม่ใช่อะไรหรอก คิดถึงตัวเองเพราะได้จบชีวิตการทำงานที่ต้องมีรายได้บ้าง แล้วมาเป็นเกษตรกร ก็อยากจะรวยกับเขาบ้าง แต่ดูแล้วน่าจะไม่มีทางที่จะรวยได้ หมายถึงเงินนะ นี่ก็เพิ่งเริ่มทำ คนที่เขาทำมาก่อนที่เขาบอกว่าประสบผลสำเร็จในชีวิต เขาบอกว่าปลูกทุกอย่างที่กิน และกินทุกอย่างที่ปลูก ก็กำลังทำตามเขาอยู่ นอกจากนั้นยังมีวลีหนึ่งที่น่าสนใจคือคำว่า “กินข้าวที่ละคำ ทำที่ละอย่าง” โอ…สำหรับผู้เขียนแล้วมันช่างเป็นวลีที่วิเศษแท้ ๆ เชื่อทันทีและทำอย่างที่เขาว่า ดูแล้วก็มีความสุขไม่เลวเลย

เมื่อทำเช่นนี้ก็พอมองเห็นว่าน่าจะรวยได้ แม้ว่าข้าวจะไม่ยากหมากจะไม่แพง แต่รวยในที่นี้น่าจะไม่ได้หมายถึงต้องมีเงินเยอะ ๆ อะไรในทำนองนั้น อาจจะเข้าสำนวนที่ว่า “เป็นเศรษฐีเงินถังแต่สตางค์ไม่มี” วกไปวนมาก็คงต้องวนเข้ามาหาวิถีชีวิตแบบพอเพียง ถ้าเราเข้าใจเรื่องของคำว่าพอเพียงแล้ว เราก็จะไม่อิจฉาคนมีเงินเยอะ น่าจะแปลได้ว่าเราเป็นคนที่รวยกว่านั่นเอง ใจจริงแล้วอยากจะกู่ก้องให้ชาวเกษตรกรหันมาทางนี้เถอะวิถีพอเพียงน่ะ แล้วท่านจะรวยจริง ๆ อย่ารอรับเศษเงินจากนักแก้ปัญหาเศรษฐกิจพวกนั้นเลย เพราะเขาไม่ได้ทำเพื่อท่านหรอก แต่เขาทำเพื่อเศรษฐกิจตัวเองต่างหากล่ะ

About เพียรพอเพียง

เขียนอะไรที่อยากจะเขียน เป็นคนชอบเขียนหนังสือ เขียนอะไรไปตามเรื่อง แล้วแต่จะนึกคิดได้ เนื้อหาหลากหลายทั้งธรรมะ ตลกขบขัน ความคิดสร้างสรรค์ วิชาการ ไม่ใช่วิชาการ อาจจะมีบทหน้งละครบ้าง (แต่ยังไม่ทำ)
This entry was posted in My perspective (คิดอย่างข้าฯ-มองกลับมุม). Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s