Mystery of Number 7

Mystery of number 7 หรือจะแปลเป็นไทยคืออาถรรพ์หมายเลข 7 นั่นเอง คงจะมีคนงงว่าอาถรรพ์หมายเลขนี้ไม่เคยได้ยิน ได้ยินแต่คำว่าอาถรรพ์หมายเลข 6 ที่ฝรั่งเขาเชื่อกันนักกันหนาจนสร้างเป็นหนังออกมาทำรายได้รวยกันกระเปาตุง

จริง ๆ แล้วหมายเลข 7 สำหรับคนไทยและชาวพุทธแล้วถือว่าเป็นเลขมงคล ปีนี้แม้จะไม่ใช่ปีที่พระชนมพรรษาครบ 7 รอบของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเรา แต่เป็นปีที่แล้ว(2554) ในส่วนของผู้เขียนก็ได้แสดงความจงรักภักดีด้วยการปั่นจักรยานจากอุบลราชธานีเข้ากรุงเทพฯ ด้วยระยะทางกว่า 7 ร้อยกิโลเมตร

ปั่นเทิดพระเกรียติ 5 ธันวาคม 2554 อุบลฯ-กทม.

เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวด้วยความจงรักภักดี ถือได้ว่าเป็นมงคลแก่ชีวิตเป็นอย่างยิ่ง

ยิ่งในพุทธศาสนาแล้วหมายเลข 7 เป็นอะไรที่สำคัญยิ่ง เช่นการก้าว 7 ก้าว (โพชฌงค์ 7) ของพระพุทธเจ้าตอนประสูตร ณ.สวนลุมพินี และนอกจากนี้ยังมีอะไร ๆ ต่อมิอะไรมากมาย ที่พระพุทธองค์ได้กำหนดหมายเลข 7 เป็นตัวตั้ง แล้วทำไมจึงเขียนความหมายของหมายเลข 7 เป็นอาถรรพ์ล่ะ แล้วท่านจะได้คำตอบในช่วงท้าย ใจจริงแล้วไม่ได้คิดว่าหมายเลข 7 เป็นอาถรรพ์อะไร แต่คิดว่าหมายเลข 7 น่าจะเป็นความลับของฟ้าเสียมากกว่า

เหตุการณ์สด ๆ ร้อน ๆ ผู้เขียนได้มีโอกาสเข้าร่วมอบรมธรรมะ 7 วันในงานครบรอบวันเกิด 77 ปี 7 เดือน 7 วัน ของพระอาจารย์ที่ผู้เขียนเคารพอย่างยิ่ง คือพ่อท่านสมณะโพธิรักษ์เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2555 เพื่อรับเข็มทองคำแท้จำนวน 77 อัน สำหรับบัณฑิตวิชญ์ และ 77 อันสำหรับบัณฑิตชาญ เรื่องนี้ค่อนข้างจะเป็นเรื่องเฉพาะ ถ้าใครไม่เข้าใจก็ไม่ต้องไปสนใจอะไรมาก ขอให้ดูเลข 7 เป็นนิมิตหมายก็แล้วกัน แต่สำหรับผู้เขียนแล้วไม่ได้รับเข็มในกลุ่มของ 77 นั้น แต่ช่างเถอะอาจจะมีโอกาสสักวันหนึ่งข้างหน้า

แต่งานที่ตั้งใจจะเขียนสำหรับ blog นี้จะบอกว่าเป็นอาถรรพ์หมายเลข 7 หรือความลับของหมายเลข 7 ก็ได้เพราะมันเป็นเรื่องส่วนตัว ๆ วันนี้ 22-01-55 หลังจากจัดงานตรุษจีนเสร็จ(มีภรรยามีเชื้อจีน) เลยขับรถเก๋งส่วนตัวออกไปดูรถอีกคันที่ทำลังให้ช่างเขาซ่อมสีให้ พอใกล้ถึงทางเลี้ยวเข้าร้านซ่อมสี ก็เลยชลอรถเพื่อที่เตรียมที่จะเลี้ยว เราก็ทำตามกฏจราจรทุกอย่างคือการให้สัญญานไฟเลี้ยวแล้วชลอรถ แต่พอถึงปากซอยก็ได้ยินเสียงโครมรถเราสั่นเสทือน ไม่ได้ตกใจอะไรแต่ก็รู้ว่ารถโดนชนท้ายแน่นอน พอลงมาจากรถ ชายหนุ่มที่ขับรถชนท้ายเราก็รีบยกมือไหว้แล้วถามว่าพี่เป็นอะไรหรือเปล่า เราก็บอกว่าไม่เป็นอะไร ซึ่งเขาก็รู้ตัวว่าเขาเป็นฝ่ายผิด เราก็คุยกันโดยไม่ได้โกรธเคืองอะไรกัน สิ่งแรกที่เราทำคือการเอาโทรศัพท์มือถือถ่ายเรารูปป้ายทะเบียนรถที่ชนและคนขับไว้เพื่อเป็นหลักฐานก่อน

ปรากฏว่าหมายเลขป้ายทะเบียนมีเลข 7 ตั้งสองตัวคือ 7769

7769-รถคูกรณี

แต่ยิ่งไปกว่านั้นรถเราก็มีหมายเลข 7 สองตัวเช่นกัน คือ 2773 หลังจากนั้นเราก็สาละวนอยู่กับการโทรศัพท์หาบริษัทประกันเพราะเราได้ประกันชั้น 1 ไว้ แต่รถคู่กรณีไม่ได้ทำประกันไว้

ในระหว่างนั้นก็คุยกันฉันพี่น้องไม่มีอะไรต้องโกรธเคืองกัน เพราะเรารู้ว่าถ้าขับรถลงสู่ถนนเมื่อไรความเสี่ยงของการจะเกิดอุบัติเหตุย่อมมีเสมอ เหตุการณ์โดนชนท้ายก็เคยเกิดกับเรามาแล้วหนึ่งครั้ง กลางสะพานประชาธิปไตยพอดีเลยแหละ สำหรับกรณีนี้ไม่รู้ทำเวรทำกรรมอะไรกันมาก่อนหรือเปล่า เขาบอกว่าเขาตามเรามาเป็นระยะเวลาทางพอสมควร แต่เราก็ไม่สังเกตุ แล้วสุดท้ายมาชนท้ายกันซะนี่

2773 - รถเราเอง

ช่างเถอะ อะไร ๆ กันมันก็เกิดขึ้นได้ จริงแล้วความหมายของเลข 7 ที่เล่ามาไม่ได้มีความหมายอะไรมากมายในส่วนนี้ แต่ที่คิดในที่นี้คืออุบัติเหตุเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ โชคดีนะที่ไม่ตาย แต่ก็เป็นมรณานุสติหรือจะเรียกว่ามัจจุราชได้มาเตือนแล้วนะ เพราะพระพุทธองค์ได้ทรงเตือนอยู่เสมอไม่ให้ประมาทในวัยและชีวิต แม้กระทั่งพุทธะวาจาครั้งสุดท้ายก่อนที่จะปรินิพพาน ไม่ได้คิดจะสอนใครหรอกนะ เอาไว้สอนตัวเองเท่านั้นเอง

About เพียรพอเพียง

เขียนอะไรที่อยากจะเขียน เป็นคนชอบเขียนหนังสือ เขียนอะไรไปตามเรื่อง แล้วแต่จะนึกคิดได้ เนื้อหาหลากหลายทั้งธรรมะ ตลกขบขัน ความคิดสร้างสรรค์ วิชาการ ไม่ใช่วิชาการ อาจจะมีบทหน้งละครบ้าง (แต่ยังไม่ทำ)
This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s