คนเราอาจมีอะไรเหมือนกันบ้าง

บังเอิญได้ไปอ่านชีวะประวัติของนักวิทยาศาสตร์ไทยคนหนึ่งในหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ฉบับเดือน มกราคม 2555 วันไหนจำไม่ได้ ซึ่งเคยเป็นนักวิทยาศาสตร์ขององค์การนาซา อเมริกา ซึ่งถ้าบอกว่าใครเคยทำงานขององค์การนาซ่ามาก่อน ก็มักจะได้รับเครดิต อย่างน้อยต้องเป็นคนเก่งแน่นอน เช่นที่โด่งดังที่สุดในเมืองไทยคงไม่มีใครเกิน ดร. อาจอง ชุมสาย ณ. อยุธยา สำหรับคนไทยคนนี้ มีชื่อว่า ดร. วรภัทร์ ภูเจริญ

ดร. วรภัทร์ ภูเจริญ - ภาพจาก facebook

ใครจะทำงานองค์การนาซ่าอะไรหรือองค์การอะไรอื่น ๆ ก็ไม่ได้ทำให้เราสนใจอะไรมากมาย แต่ท่านนี้ท่านสนใจชีวิตที่เรียบง่ายใช้เกษตรพอเพียงนำชีวิต และที่แน่ ๆ คนเก่งระดับนี้สุดท้ายของชีวิตก็จะมาสนใจศาสนา โดยเฉพาะศาสนาพุทธ แม้แต่ไอน์สไตน์แม้ว่าเขาจะไม่ใช่ชาวพุทธแต่ถ้าให้เขาเลือกเขาจะเลือกนับถือศาสนาพุทธ

จากข้อมูลเบื้องต้นดังกล่าวก็เลยอยากจะศึกษาชีวิตเพิ่มเติมของ ดร. วรภัทร์ ซึ่งก็หาไม่ยาก จาก youtube, google เป็นต้น ดูแล้วมีหลาย ๆ เหมือนกับเรา แต่ก็จะมีอะไรบางส่วนที่แตกต่างกันซึ่งจะกล่าวในตอนหลัง ในที่นี้ไม่ได้บอกว่าใครเป็นคนเลียนแบบบใคร ต่างคนต่างคิดมีความคิดของตัวเอง แต่ถ้าไล่อายุแล้วเราน่าจะมีอายุมากกว่า แต่ถ้าพูดถึงความดังแล้วเราไม่สามารถเปรียบเทียบได้เลย แต่สำหรับเราก็พอใจชีวิตเช่นนี้ ชีวิตในวัยเด็กก็คล้าย ๆ กัน แต่เชื่อเถอะเรายากจนกว่าเยอะ เป็นคนชอบอ่านหนังสือเหมือนกันในสมัยนั้นเราก็เป็นคนอ่านหนังสือเร็วมากเหมือนกัน ชอบอ่านประวัตินักวิทยาศาสตร์ ประวัตินักการเมือง ที่ดี ๆ เช่นคานธี จะเรียกว่าทุกเล่มก็ว่าได้ ไม่อ่านหนังสือไม่กี่ช่วงเท่านั้นโดยเฉพาะตอนอาบน้ำและนอนนอน นอกนั้นจะอ่านทุกโอกาสที่อำนวย

ด้านการทำงาน เราคงไม่เก่งที่ได้รับงานเด่นอย่างไปเป็นนักวิทยาศาสตร์ในระดับนานาชาติอย่างนาซ่า แต่เป็นงานที่ตัวเองคิดว่าเป็นงานที่สุดในทางโลก การเป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัยน่าจะเป็นอาชีพสูงสุดสำหรับชีวิตทางโลก แต่ชีวิตก็ไม่ได้จบชีวิตราชการจนเกษียณ โดยได้ลาออกก่อนกำหนดเพื่อมาทำการเกษตรแบบพอเพียงเป็นอาชีพหลัก ซึ่งก็ดูคล้าย ๆ กับ ดร. วรภัทร์ ที่ทำการเกษตรบนที่ดิน 4 ไร่ มาแล้ว 3 ปี แต่สำหรับเราได้เตรียมพร้อมทำสวนบนเนื้อที่ 6.5 ไร่ มาเกือบ 10 ปี แต่ก็ยังไม่เป็นรูปธรรมที่ชัดเจนมากนัก แถมซื้อนาเพิ่มอีก 9 ไร่ ใน 3 ปีหลัง จะเห็นว่ารูปแบบของชีวิตก็คล้าย ๆ ในชีวิตด้านวิชาการ เราอาจจะไม่เก่งมากนัก แต่ก็ไม่สงสัยความรู้ทางโลก ก็มองไม่ออกว่างานทางโลกงานอะไรบ้างที่เราจะทำไม่ได้ ขึ้นแต่ว่าเราจะทำหรือไม่เท่านั้นเอง

เอาละนั่นก็เป็นส่วน background ที่คล้าย ๆ กัน ซึ่งคนหลาย ๆ คนก็เหมือนกันได้ จริงแล้วรูปแบบของชีวิตหลัก ๆ ก็มีไม่กี่รูปแบบ แต่ส่วนที่น่าจะแตกต่าง น่าจะเป็นส่วนสุดท้ายในรายละเอียด คือการสนใจในพุทธศาสนาเช่นกัน เราสนใจจริง ๆ เมื่อประมาณ 30 ปีมาแล้ว แต่ ดร. วรภัทร์ นั้นสนใจมากี่ปีก็ไม่รู้ พอศึกษาอย่างคร่าว ๆ ตรงส่วนนี้แหละที่ต่างกัน การเข้าใจพุทธศาสนานั้น เข้าใจได้หลากหลายรูปแบบ จะเรียกว่านับไม่ถ้วนก็ว่าได้ ในที่นี้จะไม่บอกว่าความเชื่อของ ดร. วรภัทร์ กับความเข้าใจของเราว่าใครถูกหรือผิดกว่ากัน ขอให้มันเป็นเรื่องของแต่ละคน คงจะต้องบอกว่าทางใครทางมันก็แล้วกัน

ขอสรุปสุดท้ายว่าคนเราอาจจะมีอะไรบางอย่างเหมือนกันหรือแตกต่างกันได้ แต่ดูแล้วชีวิตเรากับชีวิตของ ดร. วรภัทร์ ก็มีอะไรที่คล้าย ๆ กัน จึงขอบันทึกไว้ตามประสาคนชอบเขียนหนังสือเท่านั้นเอง

About เพียรพอเพียง

เขียนอะไรที่อยากจะเขียน เป็นคนชอบเขียนหนังสือ เขียนอะไรไปตามเรื่อง แล้วแต่จะนึกคิดได้ เนื้อหาหลากหลายทั้งธรรมะ ตลกขบขัน ความคิดสร้างสรรค์ วิชาการ ไม่ใช่วิชาการ อาจจะมีบทหน้งละครบ้าง (แต่ยังไม่ทำ)
This entry was posted in Diary - comments, My writings (งานเขียนของข้าฯ), Myself (ข้าฯเอง). Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s