ใครจะจับทอง….โปรดระวัง

ไม่น่าเชื่อเลยว่าหมู่นี้มีข่าวเรื่องทองปลอม คนปลอมก็เอาทองนั้นไปขายให้ร้านทองเสียอีก นี่นะถือว่ามันสุดยอดเลย ถ้าขายให้คนทั่วไปก็ไม่น่าสงสัยอะไรมากนัก พอพูดถึงเรื่องทองก็ทำให้นึกถึงอาร์คีมีดิส นักวิทยาศาสตร์ชาวกรีก ที่ได้รับมอบหมายให้พิสูจน์ว่าทองคำแท้ที่พระราชาให้ช่างไปทำมงกุฏนั้นมีอะไรปลอมปนหรือเปล่า เพราะทองก่อนไปทำมงกุฏกับเป็นมงกุฏมีน้ำหนักเท่ากันพอดี งานนี้ทำให้อาร์คีมีดีสต้องปวดหัวอยู่นาน จนวันหนึ่งเขาหย่อนตัวลงไปในอ่างน้ำ น้ำล้นออกมาจากอ่างก็คือปริมาตรน้ำที่ถูกแทนที่ด้วยคน อาร์คีมีดีสคิดออกทันทีแล้วร้องคำว่า Eureka หรือคิดออกแล้วซึ่งเป็นคำที่เรารู้กันดี และมีการเล่าเป็นเรื่องเป็นราวอะไรต่าง ๆ นา ๆ แล้วแต่คนจะจินตนาการไป ผลลัพธ์ก็คือช่างทองได้ปลอมปนโลหะอย่างอื่นเข้าไปด้วย ซึ่งน่าจะเป็นทองแดง 

นี่คือเรื่องเล่าที่เป็นที่มาของวิชากลศาสตร์ การหาความถ่วงจำเพราะ (specific gravity) ความหนาแน่นของโลหะ ที่เราเรียนจนหัวผุหัวพังอยู่ขณะนี้ เป็นที่รู้ ๆ กันดีว่าทองคำมีน้ำหนักค่อนข้างมากคือหนักประมาณ 19.3 เท่าของน้ำในปริมาตรเท่ากัน ส่วนทองแดงนั้นหนักแค่ 8.96 เท่าของน้ำ ต่างกันเลยสองเท่า ช่างทองในร้านน่าจะรู้นะ หรือว่าช่างทองพวกนี้เก่งกว่าสมัยอาร์คีมีดีส ที่ทำให้โลหะมีน้ำหนักใกล้ทองคำ แล้วที่บอกว่า “ใครจะจับทอง…โปรดระวัง” มันเป็นอย่างไร?

ที่เขียนมาทั้งหมดเป็นการเกริ่นเท่านั้น ที่ตั้งใจจะเขียนเป็นอย่างนี้ หลายคนน่าจะได้ยินสำนวนที่ว่า “จับทองเป็นขี้” หมายถึงคนที่ทำงานอะไรก็มักจะล้มเหลว ทำธุระกิจก็ขาดทุน อะไรในทำนองนั้น ที่ต้องเตือนไม่ใช่อะไรหรอกกลัวว่ามันจะเป็นขี้จริง ๆ และในขณะเดียวกันก็มีสำนวนทางตรงกันข้ามคือ “จับขี้เป็นทอง” คงหมายถึงทำอะไรก็เป็นเงินเป็นทองไปหมด ร่ำรวยกันเป็นล่ำเป็นสัน อันนี้สิน่าจับหรือเปล่า แต่บอกไว้ก่อนนะ ถ้ามันไม่เป็นทองละก้อ ต้องรีบไปล้างมือให้ไว

ในยุคหนึ่งสมัยหนึ่ง มีคนที่รู้จักคนหนึ่งหรือจะเรียกว่าญาติ ๆ สนิท ๆ ก็แล้วกัน รู้สึกว่าพอเขาทำอะไร ๆ ก็รุ่งเรืองไปหมด พวกญาติ ๆ ก็ชื่นชมกันใหญ่ นอกจากเขาจะมีความสามารถจับขี้เป็นทองแล้ว เขายังสามารถจับเสือมือเปล่าได้อีก โอ้ยช่างเก่งจังเลย เราก็ได้แต่เฝ้ามองเขาอยู่ห่าง ๆ แต่รู้สึกว่าช่วงหลัง ๆ เสือกัดมือเป็นแผลเวอะว่ะเลย ไอ้ขี้ที่เคยจับแล้วเป็นทองหมู่นี้ก็เห็นยังเป็นขี้อยู่เหมือนเดิม คงต้องเว้นห่าง ๆ หน่อยเพราะเดี่ยวมีกลิ่นไม่ดี

ส่วนตัวเอง ก็ถูกมองเหมือนกันว่าจับทองเป็นขี้ เขามองนะ ส่วนตัวเราเองไม่เคยคิดที่จะจับทอง ไม่เคยซื้อทองให้ใครแม้แต่คนใกล้ชิดที่สุด อยากจะซื้อก็ซื้อเองมีเงินให้ซื้อ มีครั้งหนึ่งเคยยืมสร้อยทองของญาติผู้ใหญ่มาคล้องคอใส่พระ ใส่ได้ไม่นานก็ต้องรีบเอาไปคืนเพราะกลัวมันจะเป็นขึ้ ไปไหนก็ไม่สบายใจ นอนก็ไม่ค่อยหลับ แต่พอเอาไปคืนญาติแล้ว โอ้ย…อย่างบอกใครเชียว นอนหลับสบายดีเหลือเกิน

จริง ๆ แล้วในชีวิตนี้ไม่คิดที่จะจับทอง และคงไม่มีโอกาสเพราะพอนึกถึงจะจับทองทีไรก็เป็นทุกข์เมื่อนั้น หรือว่าเรากลัวเกินเหตุว่ามันจะเป็นขี้ ที่พอจะจับได้บ้างก็มี จับด้ามจอบ จับด้ามเสียม จับมีด จับพร้า ไปขุดหลุมปลูกต้นไม้ ดายหญ้า ทำนา ทำสวน ปลูกผัก ไม่รู้นะว่าใครจะมีสำนวนที่เกี่ยวข้องกับการจับเครื่องมือเกษตรอย่างว่าหรือเปล่า แต่ช่างเถอะใครจะสร้างสำนวนอะไรก็ตาม พอเราจับแล้วมันช่างมีความสุขจริง ๆ ก็เท่านั้นเอง

About เพียรพอเพียง

เขียนอะไรที่อยากจะเขียน เป็นคนชอบเขียนหนังสือ เขียนอะไรไปตามเรื่อง แล้วแต่จะนึกคิดได้ เนื้อหาหลากหลายทั้งธรรมะ ตลกขบขัน ความคิดสร้างสรรค์ วิชาการ ไม่ใช่วิชาการ อาจจะมีบทหน้งละครบ้าง (แต่ยังไม่ทำ)
This entry was posted in Anything (สัมปะปิ-ไร้สาระ). Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s