16 มค. ปีนี้ไม่มีครู

จำได้ว่าวันครู 16 มกราคม 2554 ได้เขียน blog โดยให้หัวขัอเรื่องว่า “ครู…ไม่ใช่เรือจ้าง” ถ้าใครสนใจก็หาอ่านดูได้ใน blog นี้แหละ สำหรับปีนี้เมื่อถึงวันครูก็อดที่อยากจะเขียนอะไรสักอย่างไม่ได้ เขียนอะไรก็ช่างมัน แล้วแต่มันจะเป็นไปก็แล้วกัน

ทุก ๆ ปีในฐานะครูอาวุโส ก็มักจะได้รับเชิญให้กล่าวให้โอวาทแก่นักศึกษาเป็นคนแรกเสมอ แต่สำหรับปีนี้คงไม่มีครู คือไม่ได้ทำดังที่เคยทำมาประจำทุกปี เพราะได้หยุดเส้นทางของตัวเองบนเส้นทางครูในระบบลงแล้วอย่างสมบูรณ์ แต่กลับมาเป็นครูนอกระบบ งานการสอนก็ยังทำอยู่เหมือนเดิมแต่ไม่มาก รับสอนวิชาเดียว แต่ที่แน่ ๆ คือจะสอนฟรีโดยไม่รับค่าตอบแทนใด ๆ ทั้งสิ้น ถ้าจะมีรายได้บ้างเพื่อรักษาระบบ รายได้นั้นก็จะกลับไปสู่นักศึกษาอีกครั้งหนึ่ง ในส่วนตัวแล้วการทำงานที่ต้องรับค่าตัวได้จบลงไปแล้วตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2554 งานที่จะรับทำต่อไปต้องเป็นงานฟรีแต่เราจะเป็นคนเลือกเองว่าจะทำหรือไม่ ถ้าเป็นงานที่ต้องรับค่าจ้างจะไม่ทำไม่ว่างานนั้นจะเป็นงานอะไร ส่วนงานสอนนั้นก็เคยบอกแล้วเราไม่ใช่เรือจ้าง

จากเส้นทางของความเป็นครูทางโลก ซึ่งก็ได้ทำมาถือว่ามากพอสมควร เห็นได้ว่ามันไม่ได้มีอะไรซับซ้อน ก็วน ๆ อยู่อย่างนั้นแหละหรือจะเรียกว่าวัฏฏสงสารก็ว่าได้ แม้ว่าตัวเราอาจจะไม่เก่งกาจอะไรมากนัก แต่ก็ไม่สงสัยอีกแล้วในวิชาการทางโลก ๆ แต่ชีวิตนี้ยังต้องดำเนินไปตราบใดที่ยังมีลมหายใจคงจะต้องทำอะไรสักอย่างแทนที่จะอยู่เฉย ๆ

จากครูก็ผันตัวเองมาเป็นนักศึกษาหรือผู้เรียน แต่การศึกษานี้เป็นการศึกษาธรรมะ ซึ่งเรายังด้อย ระหว่างวันที่ 7-13 มกราคม ปีนี้ (2555) ได้เข้าร่วมอบรมธรรมเพื่อเข้าสอบเป็นบัณฑิตบุญญนิยมซึ่งหมายถึงบัณฑิตที่ถือเอาคุณธรรมเป็นใหญ่(40%) ตามด้วยทำงานเป็น (35%) และงานด้านวิชาการนั้นแค่ 25 % ซึ่งถ้าจะเทียบคุณสมบัติของบัณฑิตทางโลกที่พึงปรารถนาอันประกอบด้วย คุณธรรม ความรู้ ปัญญา สื่อสาร และความรู้ด้านตัวเลข ที่เรียกกันว่า TQF เห็นแล้วดูดี  แต่พอเอาเข้าจริง ๆ เน้นเฉพาะความรู้ ซึ่งเราเองก็แย้งอยู่เสมอ แต่ช่างเถอะเราออกจากวงจรนั้นแล้ว พูดไปทำไมมี

เมื่อเข้าอบรมก็ต้องสอบ ดูบรรยากาศแล้วเหมือนสอบจอหงวนในหนังจีนเลย (เขียนเล่าใน blog เมื่อเข้าสอบจอหงวนแล้ว) ผลปรากฏว่าสอบจอหงวนไม่ผ่าน แต่ก็ไม่ได้เสียใจ น้อยใจอะไร รู้ตัวดีว่าเรามีอะไรมากน้อยแค่ไหน ศีลก็แค่ศีล 5 งานเสียสละก็ยังน้อยคงต้องพยายามให้มากขึ้น ส่วนความรู้ทางธรรมยิ่งแล้วใหญ่ ไม่รู้ว่าชีวิตที่เหลืออยู่จะเรียนรู้ได้มากแค่ไหน ก็เพื่ออะไร ก็เพื่อให้พ้นวัฏฏสงสาร การจะทำให้พ้นได้นั้นต้องใช้พลังอันมหาศาล ไม่เป็นไรชาตินี้ไม่พอก็ขอต่อในชาติต่อ ๆ ไป แต่เป้าหมายคือการจบกิจการวนนี้ให้ได้

ก็บอกแล้วว่า…งานเขียนนี้ดูเหมือนจะวกวน หลายคนอ่านแล้วอาจจะงง ไม่ต้องห่วงหรอกเพราะคนเขียนก็งงตัวเองเหมือนกัน ก็แค่อยากจะเขียนอะไรสักอย่างในวันครูเท่านั้นเอง

About เพียรพอเพียง

เขียนอะไรที่อยากจะเขียน เป็นคนชอบเขียนหนังสือ เขียนอะไรไปตามเรื่อง แล้วแต่จะนึกคิดได้ เนื้อหาหลากหลายทั้งธรรมะ ตลกขบขัน ความคิดสร้างสรรค์ วิชาการ ไม่ใช่วิชาการ อาจจะมีบทหน้งละครบ้าง (แต่ยังไม่ทำ)
This entry was posted in Diary - comments. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s