ข้า..ลงจากหลังเสือได้แล้ว

เคยเขียนเรื่องให้คนช่วยเพราะลงจากหลังเสือไม่ได้(อยู่ในblogนี้แหละ) และเป็นอย่างนี้อยู่หลายปี แต่พอวันดีคืนดีก็สามารถลงจากหลังเสือได้ แล้วทำอย่างไร?

ขอบอกก่อนว่าเสือในที่นี้ไม่ใช่เสือที่เป็นสัตว์ตัวเป็น ๆ แน่ ๆ แต่เป็นการอุปมาอุปมัย ความหมายที่จะกล่าวในที่นี้จะเกี่ยวกับอำนาจก็ได้ เพราะตัวเองเคยอยู่ในตำแหน่งที่มีอำนาจบ้างเล็ก ๆ น้อย ๆ (ราชการ) สุดท้ายก็ออกมาด้วยความสมัครใจ ไม่ใช่หมดวาระที่เขาไม่ให้อยู่แล้ว จะบอกว่าเป็นการลงจากหลังเสือ baby baby ก็ได้ แต่คงไม่ใช่บริบทที่จะเขียนต่อไปนี้

บอกได้เลยเสือที่จะเขียนในที่นี้เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับจักรยานทั้งเสือหมอบและเสือภูเขา โดยความจริงแล้วเป็นคนชอบปั่นจักรยานมาตั้งแต่เด็ก ไล่มาจนช่วงต้น ๆ ของการทำงาน สมัยเพลงจักรยานคนจนของยอดรักสลักใจกำลังดัง ๆ ก็เขียนตรงบังโซ่จักรยานไว้ว่า BYCICLE PEOPLE POOR หรือแปลตรง ๆ ว่าจักรยานคนจน เพื่อให้เข้ากับสถานะการณ์ตอนั้นหน่อย ความเป็นคนรักจักรยานก็ไม่เคยจางหาย ยิ่งพอรู้เรื่องจักรยานมากขึ้นก็ปั่นไปทำงานบ้าง บางโอกาส

หลังจากได้รู้ว่านอกจากจักรยานคนจนธรรมดา ๆ แล้ว ก็ทำให้เริ่มรู้จักจักรยานเสือตัวจริง ที่เขาเรียกว่าจักรยานเสือภูเขาในที่นี้ขอกล่าวสั้น ๆ ว่าเสือเฉยก็แล้วกัน ตอนแรก ๆ ก็ไม่ประสีประสาอะไรมากนัก พอขี่เสือตอนแรก ๆ ก็ได้ยินเสียงจากใครบางคนบอกว่าเดี๋ยวก็ทิ้งมัน แต่คนที่ว่านั้นคงคลาดไม่ถึงว่าตั้งแต่เริ่มขี่ก็เริ่มรักมันเข้าแล้ว นอกจากจะได้กำลังจากการปั่นแล้ว ก็ยังได้ท่องเที่ยวไปยังสถานที่ต่าง ๆ ที่รถยนต์ไม่เหมอะหรือไม่คุ้ม ได้ดูท้องไร่ ท้องนา ช่างเป็นธรรมชาติเสียจริง ๆ เสือตัวนี้นอกจากจะพาท่องเที่ยวในเมืองไทยแล้ว ยังพาท่องเที่ยวไปยังเพื่อนบ้านอีก

เสือตัวเดียวไม่พอแล้ว มีคนบอกว่าเมื่อขี่เสือภูเขาแล้วห้ามขี่เสือหมอบนะ เพราะเหตุผลอะไรเขาก็ไม่บอก เขากลัวว่ามันจะลงยากมั่ง แต่เราก็ไม่เชื่อเอาเสือหมอบมาอีกตัว จริงอย่างที่เขาว่าเลย พอขี่เสือหมอบทำให้ลืมเสือภูเขาไปเลย แต่อย่างว่าล่ะทางใครก็ทางมัน เสือหมอบเขเจ้าต้องอยู่บนถนนทางเรียบเท่านั้น ลองเข้าป่าดูสิแล้วจะรู้ว่าเป็นอย่างไร แต่เสือภูเขาไปได้ทั้งเรียบและไม่เรียบ ช่าง multi-purposed แท้ ๆ

เริ่มการปั่นจากอุบล 6/11/54

ขี่เสือไปนาน ๆ ก็ชักติด จนทำต้องเขียน blog เพื่อขอร้องให้คนช่วยบอกวิธีลงจากหลังเสือ แต่ทุกอย่างมันเป็นไปของมันเอง หลังจาก Trip อุบลฯ – กรุงเทพฯ เป็นการปั่นเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสครบ 7 รอบ (84 พรรษา) ของพระองค์ เป็นทริปที่ต้องการเข้าร่วมมากที่สุด หลังจากได้แต่มองดูรุ่นพี่ ๆ เขาไปกันทุกปี เมื่อถึงวันที่ 5 ธันวาคม ของทุกปี ทริปนี้เริ่มจากวันที่ 30 พฤศจิกายน (จากอุบลฯ) – 5 ธันวาคม (ถึงสนามหลวง) ถือเป็นทริปที่โหดที่สุดเท่าที่ขี่เสือมา

ทริปนี้เหมือนจะเป็นบทสรุปของการขี่เสือ เพราะได้ทำที่ตั้งใจไว้ในการขี่เสือแล้วทุกอย่าง แล้วทำไมเราจะลงจากหลังเสือไม่ได้เล่า! ตั้งแต่นี้ต่อไปการขี่เสือไม่ว่าจะเป็นทั้งเสือภูเขาหรือเสือหมอบ จะเป็นไปเพื่อสุขภาพเป็นหลัก เราจะตัวกำหนดในการขี่ ทริปใหญ่ ๆ ทุกอย่างได้จบลงแล้ว แต่ก็ไม่ปฏิเสธว่าจะไม่มี สำหรับทริปเล็ก ๆ ก็ยังจะร่วมในโอกาสที่อำนวย ก่อนหน้านี้เสือจะต้องเรียกร้องให้เราพามันไปโน่นบ้างไปนี่บ้าง แต่ตั้งแต่นี้ต่อไปข้าเองจะเป็นผู้กำหนดเองว่าเจ้า(เสือ) จะต้องพาข้าไปไหน

แล้วอย่างนี้ ทำไมจะประกาศว่า ข้า..ลงจากหลังเสือได้แล้วเล่า?

About เพียรพอเพียง

เขียนอะไรที่อยากจะเขียน เป็นคนชอบเขียนหนังสือ เขียนอะไรไปตามเรื่อง แล้วแต่จะนึกคิดได้ เนื้อหาหลากหลายทั้งธรรมะ ตลกขบขัน ความคิดสร้างสรรค์ วิชาการ ไม่ใช่วิชาการ อาจจะมีบทหน้งละครบ้าง (แต่ยังไม่ทำ)
This entry was posted in Anything (สัมปะปิ-ไร้สาระ). Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s