เพราะน้ำท่วม – ทำให้คิดถึงเพลงของศรคิรี

“น้ำท่วมน้องว่าดีกว่าฝนแล้ง พี่ว่าน้ำแห้งให้ฝนแล้งเสียยังดีกว่า น้ำท่วมปีนี้ทุกคนล้วนมีแต่คาบน้ำตา พี่หนีน้ำขึ้นบนหลังคา……..”

นี่เป็นส่วนหนึ่งของของการตอนเริ่มต้นของเพลง “น้ำท่วม” ของศรคิรี ศรีประจวบ (หาฟังได้จากอินเตอร์เนท) เมื่อประมาณ 40 ปีก่อน เป็นเพลงที่ส่งให้ศรคิรี เป็นนักร้องที่ดังมากในยุคนั้น ผู้เขียนก็หลงไหลในเพลงของศรคิรีมาก และใช้ขับร้องประจำ นี่คือการเกริ่นถึงความเป็นมาของเพลงนี้ ทำให้มองเห็นภาพและบรรยากาศของสภาวะน้ำท่วมเมืองในขณะนี้ว่าเป็นอย่างไร แม้ว่าตัวเองไม่ได้เป็นผู้ประสบภัยโดยตรงก็ตาม แต่ก็ได้ติดตามสภาวะน้ำท่วมตลอด และก็คิดว่าจะเขียนเกี่ยวกับน้ำท่วมบ้าง แต่จะเขียนออกมาในรูปแบบไหน  ก็ขอเอาเพลงของศรคิรีเป็นจุดเริ่มต้นก็แล้วกัน

มีการทำนายว่าในปี 2012 โลกจะแตก ซึ่งก็อีกหนึ่งปีข้างหน้าเท่านั้น จะเป็นเรื่องจริงหรือไม่จริงนั้นไม่ทราบ แต่ที่แน่ ๆ ถ้าโลกแตกเราก็ต้องตาย ซึ่งก็เตือนเราเพื่อไม่ให้ประมาท การตายไปด้วยความดีติดตัวกับการตายที่ไม่มีอะไรเลยหรืออย่างอื่นตรงกับข้ามกับความดีไป มันก็เป็นเรื่องที่น่าเสียดายสำหรับชีวิตที่เกิดมาหนึ่งชาติ ซึ่งพระพุทธองค์ได้ตรัสว่าการเกิดมาเป็นมนุษย์นั้นแสนยาก

สำหรับประเทศไทยก็เคยได้ยินคำทำนายหรือพยากรณ์มาเหมือนกันว่า น้ำจะท่วมภาคเหนือ ท่วมภาคกลาง ท่วมกรุงเทพฯ และท่วมภาคใต้ จากเหตุการณ์ของน้ำท่วมครั้งนี้สิ่งที่มีการกล่าวไว้นั่นทำให้มองเห็นภาพชัด ผู้เขียนเป็นคนอีสานซึ่งไม่ได้อยู่ในรายชื่อภาคที่จะถูกน้ำท่วม ที่ไม่ได้ท่วมก็เพราะบอกว่าเป็นที่ราบสูง ถ้าท่วมภาคอื่นจริง ๆ ขออีสานเป็นที่พักพิงก็แล้วกัน

จริง ๆ แล้วสิ่งเหล่านี้เป็นวิทยาศาสตร์ซึ่งนักวิทยาศาสตร์สามารถทำนายได้ ธรรมชาติของน้ำจะไหลจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำ ชั่งเหมือนกับกิเลสที่อยู่ในตัวคน ถ้าสามารถรักษาไว้ในระดับสูงได้เหมือนรักษาธรรมะ ก็จะใช้ประโยชน์ได้อย่ามหาศาล เช่นการสร้างเขื่อนกักเก็บน้ำไว้ใช้เป็นต้น เส้นทางของน้ำของเมืองไทยก็จะเริ่มต้นจากเหนือ ไหลลงสู่ทะเลแน่นอนเส้นทางของมันก็จะมีค่อนข้างจะแน่นอน แล้วออกสู่ทะเล ที่กรุงเทพฯ แต่เป็นเรื่องน่าเศร้าที่น้ำทะเลกลับไม่ยอมให้น้ำลงเพราะระดับน้ำทะเลได้สูงขึ้น จากฝีมือมนุษย์ด้วยกันเอง กรุงเทพฯจึงเป็นเมืองที่น่าห่วงมากที่สุด ถ้าเกิดน้ำท่วมใหญ่และโลกจะแตกจริง ๆ ส่วนใต้นั้นถ้าจะเกิดน้ำท่วมก็น่าจะเกิดจากสภาวะแวดล้อมของภาคใต้เอง

ทำไมต้องน้ำท่วม คงต้องบอกว่าคนทำให้ท่วม จะโทษใครคงจะยาก เพราะความโลภของคนไม่มีสิ้นสุด จะพูดง่าย ๆ ก็คนนั่นแหละทำให้โลกร้อน โลกร้อนทำให้น้ำแข็งละลาย น้ำทะเลสูงขึ้น การตัดไม้ทำลายป่าทำให้ไม่มีต้นไม้ช่วยชลอน้ำ ทำให้น้ำมาเร็ว ซึ่งโดยความจริงแล้ว น้ำอาจจะไม่มากกว่าเมื่อตอนสิ่สิบห้าสิบปีก่อนก็ได้

เมื่อย้อนไปสมัยเป็นเด็ก ในสมัยนั้นข่าวสารอาจจะไม่รวดเร็วปานนี้ อาจจะไม่รู้ที่อื่นว่าเป็นอย่างไร แต่สำหรับพื้นที่ตัวเองอยู่นั้น สมัยก่อนก็มีน้ำท่วมนา เหมือนกัน ดูแล้วน้ำก็สูงนะ แต่คนก็ไม่เดือดร้อนเท่าไหร่  พอน้ำท่วมที เด็ก ๆ จะลอยไปขึ้นบนยอดไม้ แล้วกระโดดลงมายังน้ำแล้วก็ลอยไปเกาะอีกยอดไม้อีกต้น ก็วนอยู่อย่างนี้ ดูแล้วมันเหมือนวิถีชีวิตอีกแบบ ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ไม่เห็นกลัวน้ำท่วมเลย แม้น้ำจะมากแต่น้ำก็ไม่แรงมากนักเพราะมีต้นไม้ช่วยป้องกันการไหลของน้ำ

มาดูสมัยนี้ทุกอย่างได้เปลี่ยนไป ป่าไม้ถูกทำลาย พอน้ำมาซึ่งคิดว่าน้อยกว่าเมื่อก่อนมาก แต่เพราะไม่มีอะไรขวางกั้นโดยเฉพาะป่าขวางเส้นทางน้ำ มันจึงไหลตามช่องที่มันพอจะไปได้ ตอนนี้พอน้ำมาไม่มากก็เกิดอาการน้ำท่วมแล้ว ไม่อยากนึกต่อไปว่าในปีถัดไปโดยเฉพาะปี 2012 มันจะเป็นอย่างไร อย่างไรก็ตามคงปฏิเสธไม่ได้หรอกว่า โลกเรากำลังเข้าใกล้กลียุคแล้วซึ่งใคร ๆ ก็รู้ มันจะต้องเกิดขึ้นแน่นอน น้ำท่วมโลกก็เคยเกิดขึ้นมาแล้วในตำนานของของเรือโนอาร์ ถ้ามันจะเกิดขึ้นอีกก็คงไม่แปลกอะไร

ช่วงนี้ดูทีวีมากหน่อยเพราะติดตามเรื่องน้ำท่วม ซึ่งเป็นเรื่องเศร้าและน่าสงสาร ในขณะเดียวกันก็ยังมีทีวีบางช่องได้มีเรื่องบันเทิงอย่างสุด ๆ ดูเหมือนเขาจะไม่รู้ร้อนรู้หนาวเรื่องน้ำท่วมที่คนส่วนหนึ่งทุกข์แสนสาหัสอยู่ ก็คิดถึงคำสอนของพระพุทธองค์ที่ว่า โลกลุกเป็นไฟอยู่อย่างนี้(น้ำท่วมก็น่าจะรวมเข้าไปด้วย) ยังจะมัวเริงรมณ์อะไรอยู่อีกเล่า ตัวตกอยู่ในความมืดยังไม่พยายามหาแสงสว่าง คงไม่กล้าพอที่จะไปสอนใครหรอก ที่เขียนมาทั้งหมดนี้ก็เพื่อเตือนตัวเองเท่านั้นเอง

บทสรุปส่งท้ายคงต้องบอกว่า น้ำท่วมปีนี้ หนักกว่าเพลงของศรคิรีมาก เพราะตอนนั้นน้ำท่วมแค่ประจวบคิรีขันธ์เท่านั้น แต่ตอนนี้ท่วมไปแล้ว เกือบครึ่งประเทศ อย่างไรก็ตามไม่ว่าน้ำจะท่วมหรือฝนจะแล้วก็ไม่ดีทั้งนั้นแหละนะศรคิรี

About เพียรพอเพียง

เขียนอะไรที่อยากจะเขียน เป็นคนชอบเขียนหนังสือ เขียนอะไรไปตามเรื่อง แล้วแต่จะนึกคิดได้ เนื้อหาหลากหลายทั้งธรรมะ ตลกขบขัน ความคิดสร้างสรรค์ วิชาการ ไม่ใช่วิชาการ อาจจะมีบทหน้งละครบ้าง (แต่ยังไม่ทำ)
This entry was posted in My writings (งานเขียนของข้าฯ). Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s