ชีวิตนี้ไม่มีอะไร

เคยเขียนภายใต้ชื่อหัวข้อที่นักศึกษาขอให้เขียนให้ หรือใช้นามปากกาคนอื่นเพื่อเป็นแรงบันดาลใจในการเขียน โดยให้เขียนเรื่องเกี่ยวกับเรื่องของชีวิต เช่นชีวิตนี้เพืออะไร เกิดมาทำไม ในทำนองนั้นแหละ แต่ก็ยังไม่ได้เขียนเรื่องที่ตัวเองอยากจะเขียนเกี่ยวกับชีวิตอีกเรื่องหนึ่ง นั่นคือ “ชีวิตนี้ไม่มีอะไร” นึกขึ้นมาได้อีกทีตอนเก็บข้าวของในห้องทำงานที่จะจากไปในวันสองวันนี้ เก็บไปก็คิดไป จริง ๆ วันแรก ๆ เราเข้ามาทำงานในตำแหน่งบริหาร(หรืออาจจะตำแหน่งอื่นด้วย) เราก็ไม่ได้เอาอะไรมา ตอนไปแล้วเราจะเอาอะไรไปอีกล่ะ แต่ในบทบาทที่เราทำอยู่นั้นเราก็ต้องทำเต็มที่เท่าที่สามารถจะทำได้ ย้อนคิดอยู่หลายตลบก็พบว่า ชีวิตนี้ไม่มีอะไร

เคยตั้งคำถามตัวเองเสมอว่าชีวิตนี้มันคืออะไรกันแน่ แล้วเกิดมาทำไม อะไรในทำนองนี้ เพราะดูทั้งชีวิตตัวเองและชีวิตคนอื่น มันก็คล้าย ๆ กัน ในที่นี้ขอกล่าวถึงชีวิตตัวเองปลอดภัยกว่า อาจจะพาดพิงถึงชีวิตคนอื่นบ้างแต่อยู่ในภาพรวมหรือที่รู้ ๆ กันอยู่ เช่นในชีวิตอยู่ไปวัน ๆ จากเด็กน้อย ๆ นอนแบเบาะ แล้วก็เป็นวัยรุ่น เป็นหนุ่มแต่งงาน ทำงาน แก่ เจ็บ แล้วก็ตาย มันแค่นี้หรือ? ก็เพียรถามตัวเองอยู่อย่างนี้บ่อย ๆ เสมอ ๆ แต่ในขณะเดียวกันก็แปลกว่าทำไมเราต้องโลภ โกรธ หรือหลง ด้วย แม้แต่การกินข้าวก็สงสัยตัวเองอยู่ว่า ที่ว่าอะร่อย ๆ นั่นนะ มันก็อะร่อยแค่ปลายลิ้น แต่พอตกถึงท้องมันก็ไม่เห็นอะร่อย สงสัยอะไรมากมาย พยายามหาคำตอบให้ตัวเอง แต่ก็หาไม่เจอสักที

แล้ววันหนึ่ง ได้ฟังเทศน์จากพระอาจารย์ที่เคารพท่านหนึ่ง ท่านเทศน์ว่า “ชีวิตนี้ไม่มีอะไร” แค่คำนี้คำเดียวทำให้เราขนลุกไปทั่วตัว ดูมันเหมือนคำตอบที่เรารอมานาน แล้วท่านก็อธิบายรายละเอียดต่าง ๆ นานา ซึ่งก็เป็นธรรมขั้นสูง เรารู้บ้างไม่รู้บ้าง แต่ที่ได้เป็นน้ำเป็นเนื้อคือคำว่า ชีวิตนี้ไม่มีอะไร ซึ่งย้อนแย้งกับสภาพจริงของโลก แน่นอนธรรมย่อมทวนกระแสโลกเป็นธรรมดา โลกเขาบอกว่าเกิดมามันต้องได้ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข ยิ่งได้มาเท่าไหร่ยิ่งดี แต่เราก็อดแปลกใจคนเล่านั้นไม่ได้ว่า ตอนเขาตายไปทำไมเขาไม่เอาพวกนั้นไปด้วย บางครั้งอาจจะได้สิ่งตรงกันข้าม เช่นเป็นหนี้ ถูกปลด ถูกสาปแช่ง แล้วก็ทุกข์ทรมานก่อนตาย แล้วนี่หรือชีวิตที่เกิดมา?

ที่ถามว่าชีวิตนี้เพื่ออะไร ตอบแบบกำปั้นทุบดิน ก็บอกว่าเพื่อตาย หรือใครจะอยู่คำฟ้า(ถ้าไม่เมื่อย) แล้วเกิดมาทำไม ไม่รู้แต่ก็ได้เกิดมาแล้ว เกิดมาทำงานมั่ง เพราะคนเราจะมีค่าเพราะการทำงาน และควรจะเป็นงานที่มีค่าด้วย บางที่แบบนี้อาจจะได้คำตอบอีกรูปแบบนี้ว่าชีวิตนี้มีอะไร(ที่เป็นแก่นสาร) อย่างไรก็ตามมันก็ไม่มีอะไรอยู่ดี

คงเป็นเรื่องที่เข้าใจและอธิบายได้ยากของคำว่า ชีวิตนี้ไม่มีอะไร เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน ในความเข้าใจของผู้เขียนก็ขออธิบายตามความเข้าใจ คนเราเกิดมาที่อยู่ได้ทำอะไรโน่นทำนีก็เพราะกิเลสเป็นตัวบงการ หลายคนก็พอใจกับสิ่งนี้ ก็คงว่ากันยาก ถ้าคนไม่พอใจก็จะค่อย ๆ ลดกิเลสของตัวเองลงไปเรื่อย ๆ สุดท้ายกิเลสก็หมด ชีวิตนี้ก็ไม่มีอะไร พอจะได้คำตอบหรือยัง

 

About เพียรพอเพียง

เขียนอะไรที่อยากจะเขียน เป็นคนชอบเขียนหนังสือ เขียนอะไรไปตามเรื่อง แล้วแต่จะนึกคิดได้ เนื้อหาหลากหลายทั้งธรรมะ ตลกขบขัน ความคิดสร้างสรรค์ วิชาการ ไม่ใช่วิชาการ อาจจะมีบทหน้งละครบ้าง (แต่ยังไม่ทำ)
This entry was posted in Dhamma & Life. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s