Why resign not retire – ตอนแขวนนวม

ใกล้วันที่จะออกจากระบบราชการแล้ว การเขียนภายใต้หัวข้อนี้ก็อาจจะต้องพักไป แต่ภายใต้หัวข้ออื่นก็คงต้องดำเนินการต่อไป แถมอาจจะมีหัวข้ออื่นเข้ามาเพิ่มอีก ก็คนมันชอบเขียนนะ และงานเขียนก็ง่ายนิดเดียว คิดอย่างไรเขียนไปอย่างนั้นเท่านั้นเอง

ย้อนมานึกถึงตัวเองว่าทำไมต้องลาออก แทนการเกษียณทั้ง ๆ ที่เหลืออีกเพียง 1 ปีเท่านั้น มีหลายคนทักเหมือนกัน มีหลายเหตุผลมาก ก่อนหน้านี้ก็เขียนไปแล้ว เหตุผลหนึ่งที่เขียนในที่นี้คือ ไม่ต้องการใช้คำว่าเกษียณสำหรับตัวเอง เพราะไม่คิดว่าจะต้องหยุดทำงาน ยังต้องการทำงานเช่นเดิมแต่ภายใต้บริบทใหม่เท่านั้นเอง อาจจะทำงานหนักขึ้นก็ได้ เมื่อถึงเวลาต้องพักจริง ๆ ไม่ต้องคิดถึงเรื่องงานอีก อีกคำตอบหนึ่งที่จะอธิบายสำหรับการลาออกจากราชการครั้งนี้ ก็น่าจะเปรียบเทียบได้กับการแขวนนวมของนักมวยนั่นเอง

การแขวนนวมของนักมวยอาจจะมีหลายรูปแบบ เช่น ชกแพ้แล้วไม่มีคนสนับสนุนแล้วก็แขวนนวม แขวนนวมขณะยังเป็นแชมป์และกำลังรุ่งโรจน์อยู่ หรืออาจจะมีรูปแบบอื่น ๆ อีก เช่นต้องการชกรุ่นใหญ่ขึ้นไป ถ้าจะเปรียบเทียบทั้งสองแบบนั้น แขวนนวมแบบไหนจะสง่างามกว่ากัน หลายคนคงไม่ปฎิเสธว่า แขวนนวมขณะยังเป็นแชมป์เป็นช่วงที่สง่างามที่สุด แต่น้อยคนนักจะทำได้ เพราะกลิ่นสาปนวมมันช่างหอมเย้ายวนใจ(โลกธรรม 8)ที่จะไม่ให้สละมัน จนเขาลืมว่าสักวันหนึ่งแม้จะเก่งแค่ไหนก็ต้องเสียแชมป์อยู่ดี

ย้อนมานึกถึงตัวเอง การลาออกก่อนเกษียณก็พอจะใช้รูปแบบการแขวนนวมมาเปรียบเทียบหรืออุปมาอุปมัยได้บ้างเหมือนกัน แต่ก็ไม่เหมือนกันทีเดียว เพราะเป้าหมายนั้นต่างกัน ในที่นี้เพื่อให้มองเห็นภาพจะขอใช้การแขวนนวมแทนการลาออกก็แล้วกัน ถ้าพูดถึงตอนนี้ก็อาจจะบอกได้ว่าเราเป็นแชมป์(ไม่ได้ชนะใคร-แต่ชนะตัวเองระดับหนึ่ง) ถ้าเราครองแชมป์นี้ต่อไปไม่วันใดก็วันหนึ่งก็อาจจะต้องเสียแชมป์ก็ได้ ดั่งคำสอนในพุทธศาสนาที่ว่าการหยุดอยู่ในกุศลธรรมนั่นคือความเสื่อมจากกุศลธรรมหรือเสียแชมป์นั่นเอง 

ดังนั้นเพื่อไม่ให้เสียแชมป์รุ่นนี้ซึ่งจะถือว่าเป็นรุ่นเล็กสุดก็แล้วกัน ก็คือการแขวนนวมรุ่นนี้เพื่อไปต่อสู้กับรุ่นที่ใหญ่กว่า เป้าหมายคือจะต้องเป็นแชมป์ให้ได้ เป้าหมายต่อไปคือการแขวนนวมจากรุ่นนั้นเพื่อชกรุ่นที่ใหญ่ขึ้นไปอีก จนกว่าจะไม่มีรุ่นให้ชกได้อีกแล้ว ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลาบ้าง ถ้าชาตินี้ไม่พอก็ขอต่อชาติหน้า(ถ้ามี) หรือชาติต่อ ๆ ไป การแขวนนวมแบบนี้จะต่างกับรุ่นของนักมวยจริง ๆ นักมวยแม้จะเก่งกาจแค่ไหนก็อาจชนะเป็นแชมป์ได้ ห้า หก หรือเจ็ดรุ่น แต่ยังไม่เห็นเกินกว่านั้น สุดท้ายก็แพ้ทั้งคู่ต่อสู่และตัวเอง แล้วอะไรคือชนะที่ยั่งยืน

ในคำสอนของพุทธบอกว่า “การชนะตนเองยิ่งใหญ่กว่าชนะข้าศึกเป็นพัน ๆ ในสงคราม” การที่ขอแขวนนวมในรุ่นนี้ก็เพื่อเอาชนะตนเองไปที่ละขั้นตอนแม้จะเป็นชัยชนะเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็จะไม่มองข้าม เมื่อเขียนเรื่องนี้ก็อดนึกถึงการแข่งขั้นจักรยานทางไกล Tour de France 2011 จากการปั่นมาระยะทางไม่ต่ำกว่า 200 กิโลเมตร Mark Cavendish ชนะคู่แข่งประมาณ 3 เซนติเมตร ซึ่ง Mark ก็ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่าจะชนะมากน้อยไม่สำคัญ ชนะก็คือชนะ เป็นคำที่คมมาก ทำให้มานึกย้อนถึงเรื่องของการชนะตนเองว่า อย่ามองข้ามแม้จะชนะตนเองแค่เพียงเล็กน้อย ชนะก็คือชนะอยู่นั่นเอง

เขียนมาทั้งหมดก็ให้ถือว่าเป็นการบ่นเท่านั้นเอง คิดแล้วก็อยากเขียน นี้คืองานของข้าฯเพราะข้าฯคือนักเขียน

About เพียรพอเพียง

เขียนอะไรที่อยากจะเขียน เป็นคนชอบเขียนหนังสือ เขียนอะไรไปตามเรื่อง แล้วแต่จะนึกคิดได้ เนื้อหาหลากหลายทั้งธรรมะ ตลกขบขัน ความคิดสร้างสรรค์ วิชาการ ไม่ใช่วิชาการ อาจจะมีบทหน้งละครบ้าง (แต่ยังไม่ทำ)
This entry was posted in Why resign not retire?. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s