เหนื่อย….นั่นแหละดี

ถ้าพูดคำว่า”เหนื่อย“หลายคนก็กลัวมากแล้วไม่อยากเหนื่อย จะทำโน่นทำนี่ที่ก็บอกว่ามันเหนื่อยนะ อย่าทำเลยมันเหนื่อย หลบงานที่ทำแล้วเหนื่อยไปทำงานที่ไม่เหนื่อยแทน เช่นหนีจากการทำไร่ทำนาซึ่งมันก็เหนื่อยเป็นธรรมดาไปทำงานนั่งโต๊ะที่ไม่เหนื่อย หรือจะเรียกอีกอย่างว่าหนีงานหนักสมัครงานเบา แต่หลายคนก็ไม่กลัวคำว่าเหนื่อย แล้วพูดอย่างท้าทายว่า เหนื่อย..นั่นแหละดี

เราคงเคยได้ยินคำว่า “ยิ่งให้ไปยิ่งได้มา” ซึ่งพอจะเปรียบเทียบหรืออุปมาอุปมัยกับคำว่า “ยิ่งออกกำลังก็ยิ่งได้กำลัง” ไม่รู้ว่าใครเคยได้ยินคำว่า N0 Pain, No Gain หรือเปล่า? ตัวเองเคยอ่านหนังสือเล่มหนึ่งที่บอกว่านักเพราะกายจะต้องออกแรง ให้มาก ๆ จนกร้ามเนื้อฉีก แล้วกร้ามเนื้อก็จะสร้างขึ้นมาใหม่ ทำให้กร้ามเนื้อโตขึ้นกว่าเดิม นั่นคือถ้าไม่รับการเจ็บปวด(เหนื่อย)หน่อย แล้วจะได้กร้ามเนื้อมากจากไหน สำนวนนี้ยังใช้ได้กับเรื่องอื่น ๆ ในลักษณะเดียวกัน

เช่นเดียวกัน ถ้าต้องการได้กำลังกาย ก็ต้องออกกำลังกาย หลายคนไม่อยากออกกำลังกายเพราะกลัวเหนื่อย แล้วเขาจะได้กำลังกายได้อย่างไร! ตัวเองเป็นคนชอบออกกำลังกายหลายรูปแบบ ไล่ตั้งแต่วิ่ง ซ้อมมวย เล่นแบตฯ เทนนิส กีฬาแต่ละอย่างทำให้เหนื่อยและได้เหงื่อทั้งนั้น แต่พอจับกีฬากอร์ฟ พบแล้วไม่ใช่ทางของเราเลยเลิกเพราะมันไม่เหนื่อย แต่สุดท้ายกีฬาที่เล่นคือจักรยาน ทั้งเสือหมอบและเสือภูเขา สำหรับออกกำลังกายเท่านั้นนะ

ก่อนจะมาเล่นกีฬาปั่นจักรยาน เห็นเขาแข่งกีฬาทางไกล(เสือหมอบ) นึกไม่ออกว่าเขาทำได้อย่างไร ปั่นเป็นร้อย สองร้อยกิโลเมตร คนเหล่านี้ถูกเรียกว่ามนุษย์เหล็ก พอเริ่มเล่นปั่นจักรยานใหม่ ๆ เห็นคนรุ่นเก่าเขาปั่นเป็นห้าสิบ หรือร้อยกิโลเมตร ส่งสัยว่าเขาทำได้อย่างไร ตัวเองปั่นแค่ 10 กิโลเมตร ก็เหนื่อยแทบแย่แล้ว พอปั่นไปสักพัก เอ๊ะ…แปลกใจปั่น 10 กม. ไม่รู้สึกเหนื่อยเลย ดูเหมือนเป็นการวอร์มเท่านั้นเอง ยิ่งปั่นไปไกลกว่านั้นกลับสบาย

พอปั่นเข้ากลุ่มพอปั่นได้สักพัก ก็แกล้งกันไปแกล้งกันมาทำให้คนที่ร่วมเดินทางด้วยกันเหนื่อย แล้วหลายคนก็บ่นว่าเหนื่อย แต่ก็ไม่เห็นหยุดพักสักที พอหายเหนือยก็แกล้งคนอื่นต่อ ปั่นตามกันไป แม้จะแกล้งกันขนาดนั้น วันหลังก็กลับเข้ามารวมตัวกันใหม่ โดยแต่ละคนก็มีการวางแผนอยู่ในใจว่าจะแกล้งใครให้เหนือยบ้าง แต่เอาไปเอามาตัวเองกลับโดนแกล้งให้เหนื่อยเสียเอง ก็แปลกใจอยู่เหมือนกันว่าไอ้ความเหนื่อยนี่มันมีเสน่ห์อะไรกันนักกันหนา มีบ่อยครั้งที่ปั่นไปกลับกลุ่มแล้วมีคนตะโกนถามว่า เหนื่อยไหม? เขาคงเห็นว่าเราต้องเหนื่อย แน่ ๆ พวกเราก็ตอบว่าไปไว ๆ ว่า เหนื่อย ถ้ามีเวลาเขาคงจะถามต่อว่าเหนื่อยแล้วปั่นทำไม เราก็มีคำตอบอยู่ในใจว่าไม่เหนื่อยแล้วจะปั่นทำไม ก็เพราะเหนื่อย..นั่นแหละดี

แรงบันดาลใจที่เขียนเรื่องนี้ขึ้นมา เกิดขึ้นขณะเอามีดขอ(มีดโค้งด้ามยาว ๆ)ฟันหญ้าในนาของตัวเอง ฟันไป-ฟันมา มันก็เหนื่อยเหงื่อก็ออกแต่มันก็ได้งาน การใช้จอบฟันดินก็เช่นเดียวกัน ทั้งเหนื่อยทั้งเหงื่อออก เรากลับรู้สึกดี ที่ได้ออกกำลังกาย ได้ทั้งร่างกายที่แข็งแรง งานก็ได้ ได้แต่อดแปลกใจที่เห็นชาวนาบ่นเหนื่อยกัน เหนือยนั่นนะ เหนือยแน่ แต่สิ่งที่เราได้กลับคืนมานั่นคือร่างกายที่แข็งแรง หลายคนก็ส่งลูกไปเรียน แม้จะขายนาก็ตาม หรือเขาไม่ต้องการให้ลูกเหนื่อย แล้วเขาจะได้กำลังมาจากไหน? อย่างไรก็ตามพอเขียนเรื่องการทำนาก็มาหลายคนเริ่มเขามาพูดคุยบ้างแล้ว แสดงว่าหลายคนไม่กลัวความเหนื่อย และเราขอบอกคนเหล่านั้นได้เต็มปากเต็มคนว่า เหนื่อย…นั่นแหละดี

About เพียรพอเพียง

เขียนอะไรที่อยากจะเขียน เป็นคนชอบเขียนหนังสือ เขียนอะไรไปตามเรื่อง แล้วแต่จะนึกคิดได้ เนื้อหาหลากหลายทั้งธรรมะ ตลกขบขัน ความคิดสร้างสรรค์ วิชาการ ไม่ใช่วิชาการ อาจจะมีบทหน้งละครบ้าง (แต่ยังไม่ทำ)
This entry was posted in Anything (สัมปะปิ-ไร้สาระ). Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s