ไม่อยากเป็นคนขี้ขอ

นึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมาตอนจะขึ้นเงินเดือนประจำปีของมนุษย์เงินเดือนอย่างเรา ตอนรับราชการใหม่ ๆ การที่จะขอขั้นพิเศษต้องเขียนขอ แล้วบอกว่าตัวเองเก่งอย่างโน้น เก่งอย่างนี้ แต่ถ้าขึ้นเงินเดือนปกติก็ไม่ต้องทำอะไร เคยเขียนขอขั้นพิเศษเหมือนกันหนึ่งครั้ง(ผู้บังคับบัญชาสั่งให้เขียน)แต่ไม่ได้รับการพิจารณา เลยตั้งใจไว้ว่าจะไม่เขียนขออีก ระบบนี้ได้หายไปสักพักหนึ่ง ไม่รู้ว่านานเท่าไหร่ ตอนนี้ก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันกลับมาอีกแล้ว แต่คราวนี้ไม่ใช่เขียนเพื่อขอขั้นพิเศษ แต่เขียนเพื่อจะได้ขึ้นขั้นเงินเดือนปกตินี้แหละ ถ้าไม่เขียนก็จะไม่ขึ้นเงินเดือนให้ พอจับปากกาเขียน ความรู้สึกที่ไม่อยากเป็นคนขึ้ขอก็เกิดขึ้นในสมองอีกเสมอ จนทำเป็นลืมที่จะเขียนแต่ก็ได้รับการทวงจากผู้มีหน้าที่รับผิดชอบเสมอ เอ้า…เขียนก็เขียน และครั้งนี้ก็เหมือนกัน

เคยเข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนากับกลุ่มหนึ่ง(ไม่บอกว่ากลุ่มอะไร)จากการชักชวนของญาติผู้ใหญ่ แม้จะมีหลายอย่างที่ค่อยข้างจะขัดกับความรุ้สึกของเราที่ศึกษาศาสนาพุทธมาพอสมควร โดยกิจกรรมของกลุ่มนี้เริ่มต้นด้วยการขอ ขอโน่น ขอนิ่ อยากจะได้อะไรก็ขอไว้ก่อน แล้วก็ทำ มีการทำบ้าง ไม่ทำบ้าง คนที่เป็นสาวกมีทั้งประสมผลสำเร็จบ้าง ไม่สำเร็จบ้าง ตามแต่กิจกรรมนั้น ทุกครั้งที่ทำกิจกรรม ทำให้รู้สึกไม่ดี เพราะเริ่มต้นก็ต้องขอแล้ว ซึ่งขัดกับความรุ้ด้านศาสนาพุทธที่เราได้ศึกษามาว่าถ้าอยากจะได้อะไรก็ให้ทำเอา สุดท้ายก็เลิกกิจกรรมกับกลุ่มนี้ เพราะเราไม่อยากเป็นคนขึ้ขอ

จริง ๆ แล้วความรู้สึกไม่อยากเป็นคนขึ้ขอ เกิดขึ้นมาตั้งแต่เด็ก ก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันเกิดขึ้นมาได้อย่างไร แต่พอโตขึ้นมาแล้วศึกษาศาสนาพุทธอย่างจริงจัง ทำให้พอรู้ว่าทำไมเราต้องเป็นคนเช่นนี้ กิจกรรมต่าง ๆ ที่ทำมักจะทำเป็นด้วยตนเองเสมอ ไม่ขอ แต่จะตั้งจิต(อธิษฐาน) มีหลายกิจกรรมที่สำเร็จอย่างไม่น่าเชื่อ ซึ่งได้เขียนไว้ใน blog นี้บ้างแล้ว จะไม่ขอกล่าวในที่นี้

อีกเรื่องที่ไม่เคยได้เปิดเผยมาก่อน แต่ก็เป็นความรู้สึกที่ไม่อยากเป็นคนขึ้ขอ นั่นคือการเรียนที่่จะเรียนถึงขึ้นสูงสุด โดยความรู้สึกส่วนตัวแล้วคิดว่าเรามีความสามารถที่จะทำได้ไม่ยากนัก แต่พอจะทำก็มองเห็นว่าถ้าทำไป จะได้หรือไม่ได้ก็ต้องมีการประเมินจากผู้เกี่ยวข้อง ก็คิดว่าทำไมเราจะต้องมีคนประเมินด้วย ก็มองว่าคนที่จะเป็นอาจารย์เรานั้นมีไม่มาก(แต่คนเป็นครูนั้นมีท่วมโลก) จึงตัดสินใจไม่เอาดีกว่า ชีวิตนี้เอาได้แค่ไหนก็เอาแค่นั้น เพราะเราไม่อยากเป็นคนขี้ขอ

ศาสนาพุทธ สอนให้คนทำ อยากจะได้อะไรก็ทำเอา ไม่ให้ขอ แต่ตั้งจิต(อธิฐาน)ได้ แล้วก็ทำเอา ก็จะได้ผลสำเร็จ ต่อไปนี้คงไม่ต้องเขียนขออะไรอีกแล้ว การเขียนขอขึ้นเงินเดือนครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้าย เพราะเราจะไม่อยู่วงจรนี้อีกต่อไป งานต่อไปจะไม่มีการขอ แต่ตรงกันข้ามจะมีแต่การให้เท่านั้น

ป.ล. งานเขียนนี้อาจจะสับสนสำหรับผู้ติดตามอยู่บ้าง เพราะเป็นการเขียนจากภายในซึ่งอาจจะมองเห็นเป็นรูปธรรมออกมาไม่ได้ ก็ถือว่าเป็นการบ่นให้ฟังก็แล้วกัน

About เพียรพอเพียง

เขียนอะไรที่อยากจะเขียน เป็นคนชอบเขียนหนังสือ เขียนอะไรไปตามเรื่อง แล้วแต่จะนึกคิดได้ เนื้อหาหลากหลายทั้งธรรมะ ตลกขบขัน ความคิดสร้างสรรค์ วิชาการ ไม่ใช่วิชาการ อาจจะมีบทหน้งละครบ้าง (แต่ยังไม่ทำ)
This entry was posted in Dhamma & Life. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s