คนทำนา – ตอนคิดถึงข้าวพื้นบ้าน

บังเอิญได้พบกับอาจารย์เกษตรท่านหนึ่งที่รู้จักกันมานานและคุ้นเคยกันดี เราได้บอกได้ลาออกจากราชการเพื่อไปทำนา อย่างน้อยก็ทำให้อาจารย์เขางงอยู่พักหนึ่งล่ะ เพราะก็รู้ ๆ อยู่ว่างานทำนาไม่มีทางจะสู้การอยู่รับราชการได้เลย เราก็รู้ ไม่ใช่ไม่รู้ ด้วยพื้นที่ทำนาจริง ๆ ประมาณ 5 ไร่ ทำนา 1 ปี เชื่อว่าไม่มีทางที่จะมีรายได้เท่ากับทำราชการแค่ 1 เดือน แล้วเราจะออกไปทำนาทำไม?

แต่เมื่อเราเล่าถึงความตั้งใจให้อาจารย์ฟัง อาจารย์ท่านก็เข้าใจ ถึงไม่เข้าใจ ท่านก็คงทำเป็นเข้าใจ เพราะท่านคงคิดว่าไม่ใช่กงการอะไรของท่าน พอพูดกับอาจารย์ทางเกษตร ก็อดที่จะเอาความรู้ด้านการเกษตรไม่ได้ มีหลายอย่างที่ค้างคาใจอยู่ โดยเฉพาะเรื่องพันธ์ข้าว แม้ว่าเราจะกลับไปทำนา แต่ความรู้เรื่องข้าวมีน้อยมาก จะเรียกได้ว่าเริ่มต้นที่ศูนย์เลยก็ว่าได้ แต่ก็ตั้งใจไว้ว่าภายใน 3 ปีเราจะต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องข้าว(ของเราเอง)ให้ได้

ความสงสัยอันดับแรกคือ ทำไมต้องเป็นข้าวหอมมะลิ 105 (ข้าวเจ้า) หรือ ข้าว กข. 6 (ข้าวเหนียว) แล้วยังได้ยินต่อไปว่าตอนนี้มีข้าว กข. 10 แล้ว เอ้า…แล้วต่อไปมันไม่มี กข. 200 หรือ? แล้วเมื่อไหร่จะสิ้นสุด ทำให้นึกถึงกระบวนการคิดของคนในปัจจุบันนี้ ทุกอย่างจะมุ่งไปสู่ความเป็นเลิศ หรือหนึ่งเดียว แล้วก็ทำตาม ๆ กันไป สุดท้ายก็ตกเป็นทาสคนที่คิดเรื่องนี้ขึ้นมา เป็นการคิดแบบเชิงเดี่ยว เป็นการทำลายความสามารถที่หลากหลายของคน ทำให้คนต้องพึ่งคนอื่น ไม่อยากพึ่งตนเอง เอาง่าย ๆ ตอนนี้แม้แต่ไข่ ก็ไม่สามารถผลิตรับประทานเองได้แล้ว(ทั้ง ๆ ที่สามารถทำได้) ต้องอาศัยตลาด พอไข่แพง ขาดตลาด ล้นตลาด ก็เดือดร้อนกันทั่ว

ย้อนมาเรื่องข้าวกันดีกว่า ยังจำได้สมัยเป็นเด็ก พอถึงหน้าข้าวใหม่ ถ้าใครนึ่งข้าวใหม่ จะได้กลิ่นหอมไปหลายบ้าน ก่อนกินเข้าไปต้องดมก่อนค่อยเคี้ยว อะร่อยมากแทบจะไม่ต้องกินกับอะไรเลย แม้แต่แจ่ว(น้ำพริก)ก็ไม่อยากจ่ำ แต่เดี่ยวนี้กลิ่นนั้นมันหายไปไหน? สำหรับข้าวเจ้า กลิ่นหอมของข้าวหอมมะลิ ก็รู้สึกว่ามันหอมอย่างงั้น ๆ แหละ แต่ด้วยวิถีการตลาด ทำให้ข้าวชนิดนี้เป็นที่รู้จักขึ้นมา ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าข้าวหอมมะลิ 105 มันจะหยุดแค่นี้หรือเปล่า? แล้วเราจะตามมันไปถึงไหน? ข้าวก็คืออาหารทีรับประทานเพื่อให้อยู่ในโลกนี้ได้ด้วยเวลาอันสมควรเท่านั้น

ไปสืบค้นในเน๊ตฯ เรื่องข้าวพื้นบ้าน พบว่ามีข้าวหลายอย่างมีคุณค่าทางอาหารมากกว่าข้าวกล้องหอมมะลิมากมาย เช่น ข้าวเหนียวก่ำเปลือกดำมีลูทีน มากกว่าข้าวหอมมะลิถึง 25.3 เท่า (ข้อมูลจาก http://pre-rsc.ricethailand.go.th/knowledge/36.html)  ข้าวเจ้าหน่วยเขือ มีมีวิตามินอีสูงถึง 26.2 เท่า หอมมะลิแดงและมะลิดั้งเดิมสูง 11-12 เท่า ข้าวหนียวเล้าแตกสูง 10.3 เท่า ข้าวเหนียวก่ำเปลือกดำ 6.5 เท่า และข้าวช่อขิง 6 เท่า ของข้าวกล้องทั่วไป และยังมีข้าวอะไรต่อมิอะไรที่มีคุณค่าทางอาหารมากกว่าข้าวหอมมะลิมากเลย จึงมีคำถามว่า ทำไมต้องหอมมะลิ 105?

ความสงสัยในเรื่องข้าวเริ่มได้รับความกระจ่างขึ้นเรื่อย ๆ อย่างไรคงจะต้องศึกษาอีกมาก ถ้าฉันจะกลับไปทำนา และเป็นชาวนาจริง ๆ แล้วปลูกข้าวเหมือนกับท้องตลาดทั่วไป ต้องไปง้อนายทุน แล้วอะไรคือความคิดต่าง ถ้าคิดอย่างนี้อย่าออกมาเสียดีกว่า

About เพียรพอเพียง

เขียนอะไรที่อยากจะเขียน เป็นคนชอบเขียนหนังสือ เขียนอะไรไปตามเรื่อง แล้วแต่จะนึกคิดได้ เนื้อหาหลากหลายทั้งธรรมะ ตลกขบขัน ความคิดสร้างสรรค์ วิชาการ ไม่ใช่วิชาการ อาจจะมีบทหน้งละครบ้าง (แต่ยังไม่ทำ)
This entry was posted in KonTamNa (คนทำนา). Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s