อาหารเป็นหนึ่งในโลก

ในปัจจัย 4 อันประกอบด้วย อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย และ ยารักษาโรค พระพุทธองค์ได้ตรัสว่า อาหารเป็นหนึ่งในโลก การที่เราจะอยู่ได้ก็ต้องรับประทานอาหาร อย่างไรก็ตาม ก็แปลกใจอยู่เหมือนกันว่าคนทุกว้นนี้ รู้เรื่องนี้หรือเปล่า? โรคหลายโรค ส่วนใหญ่เสียด้วย เป็นโรคไม่มีเชื้อ เช่น โรคเบาหวาน ความดัน มะเร็ง เก๊า เป็นต้น สาเหตุหลักคือเกิดจากการรับประทานอาหาร ที่มีคุณภาพ ได้แต่ปริมาณ แม้คนจะเชื่อว่า สิ่งที่เราเป็นคือสิ่งที่เรากิน (what you are is what you eat) แต่หลายคนก็ไม่ได้ทำ

สำหรับตัวเอง รู้สึกว่าเป็นคนกินง่าย ๆ ตั้งแต่สมัยเด็ก ๆ แต่ก็พอรู้เรื่องอาหารอยู่บ้าง แม้จะเป็นเด็กบ้านนอก ชอบกินอาหารจำพวกผักมากกว่าเนื้อสัตว์ อาจจะเป็นเพราะว่าไม่ค่อยมีโอกาสนในการกินเนื้อมากนักก็เป็นได้ สมัยเด็ก ๆ พี่ ๆ ถามว่าอร่อยไหม เรามักจะตอบว่า “จักแล่ว”  (จักแล่ว – เป็นภาษาอีสานแปลว่าไม่มันใจว่ามันอร่อยหรือไม่อร่อย) แต่ก็กิน และก็สงสัยตัวเองอยู่เสมอว่า คำว่าอร่อย ทำไมมันจึงอยู่แค่ปลายลิ้นเท่านั้น ทำไมมันไม่ตกถึงท้องบ้าง และมันน่าจะอร่อย ไปเรื่อย ๆ จนกินมื้อใหม่

พอโตขึ้นได้ฟังพระท่านเทศน์ ท่านบอกว่าความอร่อยมันไม่มี มันแค่อุปทานเท่านั้นเอง ใครติดอะไรก็บอกว่าอันนั้นอร่อย หรือแม้แต่สิ่งที่เราว่าอร่อย แต่ก็ไม่สามารถกินสิ่งนั้นติดต่อกันไปนาน ๆ ได้ อย่าว่าแต่กินนาน ๆ เลย แม้กินอยู่ อาหารตอนช่วงแรกก็อร่อย แต่พอกินไปนาน ๆ ไม่รู้ว่าความอร่อยหายไปไหน หรือว่าตัวอร่อยมันกระโดดหนีจากอาหาร น่าจะไม่ใช่ จากคำพระท่านเทศน์ ทำให้เข้าใจเรื่องของอาหาร สามารถกินได้ทั้งที่ว่าอร่อยหรือไม่อร่อย แต่ขอให้มีคุณค่าทางอาหารก็พอ พยายามให้ครบ 5 หมู่ เพราะเหตุนี้กระมั่ง ทำให้กลายเป็นนักมังสะวิรัติโดยไม่ยากเย็น

เขียนเรื่องนี้ขี้นมาก็อาจจะพ้อนิด ๆ ว่า แม้เรารู้เรื่องของอาหารค่อนข้างดี แต่ในวิถีปฏิบ้ติแล้วกลับทำไม่ค่อยได้ เนื่องจากต้องออกไปทำงานแต่เช้า หรือทำงานหลาย ๆ อย่าง เลยไม่ได้มีเวลาทำอาหารรับประทานเอง ตามความต้องการของตัวเอง ให้ภรรยาทำให้บ้าง แม่ยาย แม่บ้านทำให้บ้าง เนื่องจากเป็นอาหารมังสะวิรัติที่เขาไม่คุ้นเคย ทำให้เขาทำได้น้อยอย่าง แต่เราก็บอกแล้วว่าเราเป็นคนกินง่าย มีผักสด ผักลวกหรือต้ม น้ำพริก เป็นพื้น แล้วพวกโปรตีนเกษตรบ้าง ง่าย ๆ อย่างนี้ แต่เขาก็ทำได้ไม่กี่ครั้ง อาจจะกลัวว่าเราไม่อร่อย เลยต้องกลับมาทำผัด แกง ซ้ำแบบเดิม ๆ เป็นอาหารอะไร ๆ ที่เลียนแบบที่เขาชอบรับประทาน

เห็นแล้ว บางครั้งก็ท้ออยู่นิด ๆ ทำไมหนอ เราทำงานหาเงินก็ได้บางพอสมควร แต่พอจะกินอาหารที่ต้องการก็ไม่ได้ เพราะไม่ได้ทำเอง แล้วจะทำงานให้ได้เงินเยอะ ๆ ไปทำไม เห็นเพื่อน ๆ คนอื่น ๆ ก็เหมือนกันกับเรา หลายคนก็มีวุฒิมากมาย ๆ หรือจะบอกว่าเป็นคนฉลาด ทำงานเก่ง ว่างั้นเถอะ แต่พอรับประทานอาหาร ก็เป็นอาหารพวก ข้าวขาว แทนที่จะเป็นข้าวกล้อง อาหารที่ไม่มีคุณภาพมีแต่ปริมาณ เราเห็นแล้วได้แต่ปลง นี่หรือคนก็เรียกตัวเองว่าฉลาดสุด เอ้า….ว่าแต่เขา ตัวเองก็เป็นด้วยไม่ใช่หรือ ต้องยอมรับว่าใช่ส่วนหนึ่ง แต่ตั้งใจไว้ว่าไม่นานนี้แหละ เราจะเป็นอย่างที่เรากิน ให้สมกับคำที่ว่าอาหารเป็นหนึ่งในโลก

About เพียรพอเพียง

เขียนอะไรที่อยากจะเขียน เป็นคนชอบเขียนหนังสือ เขียนอะไรไปตามเรื่อง แล้วแต่จะนึกคิดได้ เนื้อหาหลากหลายทั้งธรรมะ ตลกขบขัน ความคิดสร้างสรรค์ วิชาการ ไม่ใช่วิชาการ อาจจะมีบทหน้งละครบ้าง (แต่ยังไม่ทำ)
This entry was posted in Dhamma & Life. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s