ความสุข-ฉบับ ดร. อาจอง

หมู่นี้ไม่ค่อยได้ซื้อหนังสือเท่าไหร่ เพราะไม่ค่อยได้มีเวลาอ่านมากนัก ที่ซื้อมาเยอะแยะก็ยังไม่ค่อยได้อ่าน วันก่อนไปร้าน 7-11 ไม่ได้ตั้งใจซื้อหนังสือหรอก แต่จะไปซื้อของกิน แต่พอเดินผ่านแผงหนังสือ ก็เห็นหนังสือเล่มหนึ่ง หน้าปกคุ้น ๆ สำหรับหน้าคน คือ ดร. อาจอง ชุมสาย ณ. อยุธยา สำหรับตัวเองเชื่อว่าท่านเป็นอัจฉริยะเมืองไทย และคนอารมณ์ดี (เคยเจอท่านครั้งหนึ่ง) ปกติแล้วถ้าบอกว่าอัจฉริยะ มักจะเป็นคนที่ไม่ค่อยมีความสุข เอาแต่งาน ๆ แต่อัจฉริยะที่มีความสุขก็มีนะ ดังเช่น ดร. อาจอง นี่ไง

เห็นหนังสือเล่มนี้มีชื่อว่า ใคร ๆ ก็สุขได้ เป็นงานเขียนจากการบรรยาย ของ ดร. อาจอง รวบรวมโดย Book smile 7-11 เลยซื้อมาอ่าน เห็นว่าเป็นหนังสือที่ดี เลยอยากเขียนอะไรเกี่ยวกับหนังสือเล่มนี้ไว้บ้าง งานเขียนนี้เป็นการสรุปใจความบางส่วน และอาจจะใส่ความคิดเห็นของตัวเองผสมผสานบ้าง เพราะความสุขของ ดร. อาจอง กับของตัวเองนั้น ก็มีอะไรแตกต่างกันอยู่บ้าง อย่างไรก็ตามถ้าไม่ตรงกับที่ท่านถ่ายทอดมา ก็ต้องขออภัยมานะโอกาสนี้ด้วย และผู้เขียนก็ยินดีที่จะแก้ไข 

 

ท่านเริ่มต้นด้วยคำว่า ความสุข ซึ่งความสุขก็คือความสุข ถ้าต้องการมัน มันก็เป็นกิเลส ก็ตัดมันออกเสีย มันก็จะมีแต่ความสุข การที่จะบอกได้ว่าคนเราเป็นคนรวยหรือคนจน ไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนเงิน แต่ขึ้นอยู่กับวิธีการคิด เราอาจจะเคยได้ยินคำว่าเศรษฐีเงินถังแต่สตางค์ไม่มี ดังนั้นคนเราจะเป็นคนรวยหรือคนจนก็อยู่วิธีการคิดเท่านั้น ถ้ามีความพอ คน ๆ นั้นก็จะเป็นเศรษฐีทันที การรู้จักปล่อยวางบ้างเราก็จะมีความสุขได้

การจะมีความสุขได้นั้นบางครั้งไม่ได้ยาก แต่เราต้องเปลี่ยนตัวเองก่อน ยกตัวอย่างง่าย เช่นเศรษฐีคนหนึ่ง มีคนมาบอกว่าถ้าต้องการความสุข ก็ต้องมองแต่สีเขียว เศรษฐีท่านนั้น ก็ทำทุกอย่างให้เป็นสีเขียวทั้งหมด ไม่ว่าบ้าน สัตว์เลี้ยง ฯลฯ ต้องทาเป็นสีเขียว และท่านก็มีความสุข พอคนที่บอกท่านไปหา ก็จะโดนทาสีเขียวเสียอีก ท่านเลยบอกเศรษฐีว่า ทำไมต้องเสียเงินมากมายขนาดนั้น แค่เปลี่ยนแว่นให้เป็นสีเขียวเท่านั้น ท่านก็จะเห็นทุกอย่างเป็นสีเขียวแล้ว จะเห็นได้ว่าคนในโลกนี้พยายามเปลี่ยนแต่คนอื่น ๆ ตัวเองมักจะไม่ค่อยเปลี่ยนจึงไม่มีความสุข การชี้ว่าคนโน้นไม่ดี คนนี้ไม่ดี เขาหารู้ไม่ว่าหนึ่งนิ้วชี้ออกข้างนอก แต่อีกสามนิ้วชี้เข้าหาตัวเอง แล้วใครล่ะ เป็นคนที่ไม่ดีมากกว่ากัน

ยังมีอีกหลาย ๆ เรื่องที่ท่านได้เขียนไว้ในหนังสือเล่มนี้ คงจะกล่าวไว้ไม่หมดในที่นี้ คงต้องหาอ่านเอาเอง (ไม่ได้โฆษณาให้ 7-11 นะครับ) จะซื้อหรือไม่ซื้อโปรดใช้วิจารณญานเองก็แล้วกัน แต่สำหรับความสุขในแบบฉบับของตัวเองนั้น อาจจะแตกต่างกับ ดร. อาจอง อยู่บ้าง หรืออาจจะเหมือนกันก็ได้ เพราะหลังจากศึกษาพุทธศาสนามาพอสมควร เห็นว่าความสุข หรือ สุข มันไม่มี มันมีแต่ทุกข์ การที่เรารู้สึกว่าสุขก็เกิดจากความทุกข์ลดลงเท่านั้นเอง เช่นถ้าต้องการกินอาหารดี ๆ ก็เริ่มเป็นทุกข์แล้ว แต่ไม่ได้กินสมใจ ความทุกข์ก็ลดลง เราก็เห็นว่าเรามีความสุข จริง ๆ แล้วไม่ใช่ นี่เป็นตัวอย่างง่าย ๆ เท่านั้น

จากการปฏิบัติธรรมมาเรื่อย ๆ เมื่อใหร่ความต้องการหรือทุกข์ลดลง ก็รู้สึกว่าสุขก็เพิ่มขึ้นเมื่อนั้น ถ้าไม่มีความต้องการเลย ทุกข์กับสุข ก็ไม่มีอะไรแตกต่างกัน ความสุขสำหรับตัวเองน่าจะเป็นแบบไม่มีสุข ไม่มีทุกข์เลย ด้งที่พระพุทธองค์ตรัสไว้ว่าเป็น “วูปสโม สุโข” หรือสุขยิ่งกว่าสุข นั่นเอง แต่ เอ….เมื่อไหร่จะได้พบสิ่งนั้นหนอ…..

 

 

 

 

 

 

About เพียรพอเพียง

เขียนอะไรที่อยากจะเขียน เป็นคนชอบเขียนหนังสือ เขียนอะไรไปตามเรื่อง แล้วแต่จะนึกคิดได้ เนื้อหาหลากหลายทั้งธรรมะ ตลกขบขัน ความคิดสร้างสรรค์ วิชาการ ไม่ใช่วิชาการ อาจจะมีบทหน้งละครบ้าง (แต่ยังไม่ทำ)
This entry was posted in Dhamma & Life. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s