ครูพักลักจำ

ไม่ค่อยได้เห็นคนเป็นคนเก่ง ๆ เด่น ๆ ดัง ๆ ที่ได้จากที่ทำตามระบบ หรือลอกเลียนแบบเขามา จนมีคำกล่าวว่าถ้าทำตามคนอื่นเขา อย่างเก่งที่สุดก็ได้แค่ที่สอง เห็นจะจริง ถ้าต้องการเป็นหนึ่งก็ต้องแหกคอก หรือนอกกรอบ คนที่คิดหรือทำอะไรใหม่ ๆ มันจะเป็นคนชอบคิดนอกกรอบเสมอ

วันก่อนไปเที่ยวงานวันหนังสือที่อาคารสุนีย์ ได้ไปฟังการเสวนาคนเก่ง เด่น ดัง ของภาคอีสาน โดยเฉพาะในส่วนของงานการเป็นศิลปิน ในจำนวนนั้นได้แก่ อ.นพดล ดวงพร อ.พงษ์ศักดิ์ จ้นทรุขา และ อ.สุรสีห์ ผาธรรม ที่เรียกท่านทั้งสามว่าอาจารย์เพราะท่านคนที่มีความสามารถในระดับปรมาจารย์และให้เกียรติ ในจำนวน 3 ท่าน คิดว่าผู้ที่จะไม่รู้จัก อ.นพดล ดวงพร คงหาได้น้อย เพราะท่านเป็นเจ้าของวงดนตรีของภาคอีสาน ที่ดังไม่ใช่เฉพาะประเทศไทยเท่านั้น แต่ต่างประเทศด้วย (บางประเทศ) ส่วน อ.พงษ์ศักดิ์ ดังในเรื่องผู้ประพันธ์เพลง อ.สุรสีห์ ผาธรรม ก็เป็นผู้กำกับการแสดง แต่งเพลงด้วย ซึ่งทั้งสองท่าน ผู้เขียนก็รู้อยู่บ้างแต่ไม่มาก

อย่างไรก็ตามที่จะเขียนในที่นี้คือคำพูดของ อ.นพดล ดวงพร ซึ่งเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาการแสดง….ปีไหนก็ไม่รู้ ได้พูดคำหนึ่งขึ้นมาว่า ท่านแม้จะเรียนแค่ ป. 4 ก็สามารถเรียนรู้อะไรได้มากมาย โดยใช้วิธีการที่เรียกว่า “ครูพักลักจำ”  คงจะปฏิเสธได้ยากว่า อ.นพดล ดวงพร มีความสามารถหลากหลายมาก ทั้งทางด้านที่เด่น ๆ เช่นการเล่นตลก การแสดง พากษ์หนัง โอ้ย…อะไร ต่อมิอะไรมากมาย ถ้าจะบอกว่ามันเกินความสามารถที่คนที่บอกตัวเองว่าเรียนแค่ ป. 4 เท่านั้น แต่สำหรับผู้เขียนแล้วเห็นว่าท่านมีความรู้ความสามารถระดับเป็นศาสตราจารย์ได้เลยในด้านการแสดง แต่การเป็นศิลปินแห่งชาติรับประกันอะไรได้เหมือนกัน 

สิ่งที่จะเน้นหนักในงานเขียนนี้ก็คือคำว่า ครูพักลักจำ เป็นคำที่นอกกรอบ อย่างที่บอกนั่นแหละ นักดนตรีเก่ง ๆ มักจะแอบเรียน หรือเรียนมากกว่าอาจารย์สอนให้ และยังมีนักอะไรต่อมิอะไรอีกมากมายที่เก่ง ๆ จะเห็นได้ว่ามีลักษณะเดียวกันเป็นส่วนใหญ่ ครูหรืออาจารย์มักจะชอบคนในลักษณะนี้ เพราะสอนง่าย เป็นตัวของตัวเอง คนเช่นนี้จะมีโอกาสในการที่จะเก่งกว่าครู แต่ก็ยังเคารพครูเหมือนเดิม

แต่สำหรับการเรียน-การในปัจจุบันนี้ นักเรียนมักจะถูกให้เรียนอยู่ในกรอบ (ห้องสี่เหลี่ยม) บางครั้งใครก็ตามที่ทำอะไรนอกกรอบบ้าง ก็มักจะโดนตำหนิ หลายคนเลยไม่สามารถคิดนอกกรอบหรือได้ ยกเว้นบางคนที่มีลักษณะเฉพาะตัวของเขาเอง คน ๆ นั้นจะเก่งด้วยตัวเอง จริง ๆ แล้วผู่สอนควรจำให้นักเรียนได้ฝึกการคิดนอกกรอบเยอะ ๆ (ครูจะต้องคิดนอกกรอบเป็นด้วย) ไม่ต้องกลัวหรอกว่าการคิดนอกกรอบจะอันตราย

รูปแบบที่เรียกว่า ครูพักลักจำ ก็เป็นอีกรูปแบบหนึ่งของการเรียนแบบนอกกรอบ คงต้องขอขอบคุณ อ.นพดล ดวงพร ที่ได้ยกคำนี้ขึ้นมาเพื่อให้ผู้เขียนได้ใช้ในการเขียนบล๊อกนี้

About เพียรพอเพียง

เขียนอะไรที่อยากจะเขียน เป็นคนชอบเขียนหนังสือ เขียนอะไรไปตามเรื่อง แล้วแต่จะนึกคิดได้ เนื้อหาหลากหลายทั้งธรรมะ ตลกขบขัน ความคิดสร้างสรรค์ วิชาการ ไม่ใช่วิชาการ อาจจะมีบทหน้งละครบ้าง (แต่ยังไม่ทำ)
This entry was posted in Diary - comments, My writings (งานเขียนของข้าฯ). Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s