เริ่มต้นก็โกหกเสียแล้ว

มีคำกล่าวไว้ว่า ในจำนวนศีลทั้ง 5 ข้อ ถ้าใครก็ตามที่ละเมิดศีลข้อ 4 ได้ คือสามารถที่โกหก เขาก็สามารถที่จะทำชั่วอะไรก็ได้ ที่เขียนเรื่องนี้มาเพื่่อให้มันเข้ากับสถานะการณ์บ้านเมืองของบ้านเรา ไม่ได้ตั้งใจที่จะเสียดสีหรือว่าพรรคการเมืองใดเมืองหนึ่ง เพราะดูเหมือนว่าไม่ว่ายุคไหนสมัยไหนมันก็คล้าย ๆ กัน เลยเป็นประเพณีไปแล้ว

คิดว่าการเมืองที่เขาเข้าใจมันต้องเป็นอย่างนี้ คือการต้องทำอะไรลับ ๆ ล่อ ๆ โกหกบ้าง พูดอย่างทำอย่าง จนเป็นที่รับรู้กัน การเมืองเลยเป็นเรื่องของความสกปรก (เพราะต้องทำผิดศีล อย่างน้อยก็ศีลข้อ 4 ล่ะ) หลายคนไม่อยากเล่นการเมืองเพราะเห็นว่ามันสกปรก เขาเรียกว่าเล่นการเมือง เพราะดูการเมืองคือของเล่น ใครลงไปเล่นการเหมือง คน ๆ นั้นมักจะได้ถูกมองว่าเริ่มเป็นคนเชื่อถือไม่ได้แล้ว กลายเป็นคนที่จะต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ โดยแท้จริงแล้วการเมืองเป็นเรื่องที่ดี – แล้วจะกล่าวต่อไป

ย้อนมาถึงคำที่กล่าวตอนแรกก่อนว่า ถ้าคนเริ่มต้นโกหกแล้ว เขาก็ย่อมทำอะไรก็ได้ ดังนั้นเราจะได้ยินคำว่า คนโน้นโกง คนนี้โกง นี่ล่ะคือผลของการผิดศีลข้อ 4 ก็จะโยงไปสู่ศีลข้อ 2 (โกงหรือลักทรัพย์) โดยความจริงแล้วบ้านเราไม่ขาดแคลนคนที่มีความรู้ แต่ขาดแคลนคนที่ซื่อสัตย์มีคุณธรรมหรือมีศีล บ้านเราได้มาแล้วที่นายกที่มีความรู้ความสามารถล้นเหลือ แล้วเป็นอย่างไรล่ะ ได้ยินแต่ข่าวเรืองการโกงกิน จนน่าเบื่อหน่าย ดังนั้นวิกฤตของการเมืองไม่ใช่ต้องมีคนเก่งอย่างเดียว สิ่งที่สำคัญอันดับแรกคือต้องเป็นคนดี แล้วความเก่งจะตามมาเอง หรือไม่ได้เก่งมาก ก็ไม่ได้เสียหายอะไรนิ่

โดยสัจจะแล้ว การเมืองเป็นเรื่องดี เรื่องสวยงาม การเมืองคือการทำเพื่อบ้านเมือง คนที่จะทำการเมืองคือคนที่พึ่งตัวเองได้แล้ว พร้อมที่จะทำเพื่อประโยชน์เพื่อส่วนรวม การพึ่งตัวเองได้นั่นไม่ได้หมายถึงว่าจะต้องมีเงินเป็นร้อย ๆ พัน ๆ ล้าน อาจจะไม่มีเงินสักบาทก็ได้ แต่ก็มีจิตใจพอหรือพึ่งต้วเองได้ ต่อไปเมื่อทำงานให้ส่วนรวม ส่วนรวมก็ดูแลเท่าที่จำเป็นเท่านั้น เขาไม่ต้องการมากกว่านั้นนี่คือการเมืองที่แท้จริง แต่โอกาสจะเจอแบบนี้ ชาตินี้จะมีหรือเปล่าหนอ !

อย่างไรก็ยังไม่สิ้นหวัง หรือจะบอกว่าอยุธยายังไม่สิ้นคนดี เพียงขอให้เราได้ปรับเปลี่ยนวิธีการคิดเสียใหม่ คำว่าขอให้บริหารเก่ง จะโกงบ้างก็ไม่เป็นไร อย่างนี้ประเทศลงเหวแน่ ๆ ก็หวังว่างานเขียนนี้จะมีส่วนช่วยกระตุ้นจิตสำนึงใครบ้างคนได้บ้าง

About เพียรพอเพียง

เขียนอะไรที่อยากจะเขียน เป็นคนชอบเขียนหนังสือ เขียนอะไรไปตามเรื่อง แล้วแต่จะนึกคิดได้ เนื้อหาหลากหลายทั้งธรรมะ ตลกขบขัน ความคิดสร้างสรรค์ วิชาการ ไม่ใช่วิชาการ อาจจะมีบทหน้งละครบ้าง (แต่ยังไม่ทำ)
This entry was posted in Diary - comments. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s