สืบเนื่องจาก claim society – แค่นี้ก็เป็นทุกข์

จากการเขียนเรื่องสังคมประนีประนอม (compromise society) สู่สังคมการอ้างสิทธิ์ (claim society) โดนตัวเองจนได้ ได้บอกไว้แล้วในข้อเขียนก่อนหน้านี้ว่าได้ซื้อคอมพิวเตอร์ netbook มาหนึ่งเครื่อง ยี่ห้ออะไรก็ช่างมันเถอะมันไม่ใช่สาระสำหรับงานเขียนนี้ การที่ชื้อใหม่เพราะคอมฯตัวที่ใช้อยู่ keyboard ใช้ไม่ได้บางตัว แต่เนื่องจากเครื่องยังอยู่ในช่วงประกัน ก็เลยเอาไปเคลม เพราะไม่มีคอมฯ ใช้ทำงานต้องซื้อใหม่ แต่ต้องการให้พกพาสะดวกเลยซื้อ netbook ยี่ห้อเดิม นำมาใช้ได้แค่วันแรกก็ได้เรื่องเสียแล้ว

ได้ทำตามขั้นตอนของการใช้เครื่องคอมฯใหม่ โดยการซาร์จไม่น้อยกว่า 8 ชั่วโมงเป็นการกระตุ้นแบตเตอรี่ หลังจากไฟเต็มแล้ว ใช้ไปสักพักแล้วเก็บเครื่องไว้ พอมาเปิดอีกทีแบตไม่มีไฟแล้ว แต่จำเป็นต้องใช้เครื่องต่อไปทั้ง ๆ ที่รู้ว่าแบตไม่เก็บไฟ (นี่ก็เริ่มเป็นทุกข์แล้ว) รู้ว่าจะต้องนำไปเคลม แต่ความจำเป็นต้องใช้เลยต้องรอจนกว่าเครื่อง ที่นำไปเคลมตัวแรกกลับมาเสียก่อน ค่อยเอาตัวใหม่ไปเคลม พอได้มาเวลาก็ล่วงเลย 7 วันตามที่จะสามารถเปลี่ยนคอมใหม่ได้แล้ว จริง ๆ แล้วก็ไม่ได้คาดคิดว่าจะต้องเปลี่ยนเครื่องใหม่อะไร แค่แบตไม่เก็บไฟเท่านั้น

แต่พอเอาไปให้ร้านดู เขาบอกว่าต้องส่งเคลม (แบตตัวเดียวนี่นะ งงจริง ๆ) สามสัปดาห์ผ่านไปเครื่องก็กลับมา วันแรกที่ไปรับ เซนต์ร้บของปับ ตรวจเช๊คดูว่ามันใช้งานได้ปกติหรือเปล่า ปรากฏว่าไฟไม่มีเลย เราก็โวย อะไรกันเครื่องก็ยังเสียเหมือนเดิม แต่ช่างก็บอกว่าให้ใจเย็น ๆ ให้ไปลองใช้ก่อน ลองนำไปใช้ 3 วัน ทุกอย่างเหมือนเดิม นำกลับไปที่ร้านอีก คราวนี้ไม่เหมือนเดิมแล้ว ช่างบอกว่าต้องส่งเคลมใหม่อีก อะไรว่ะ โวยแหลก (เริ่มเป็นทุกข์แล้ว) แล้วมันจะเคลมไปถึงไหน เราไม่ยอม ให้ทางเลือกเขาว่า หนึ่งต้องเปลี่ยนเครื่องใหม่ให้ สองคืนเงิน

คุยกันอยู่นาน วุ่นวายตั้งแต่ช่าง ผู้จัดการ คนขายของ คนซื้อก็พลอยได้ยินด้วย ให้เขาแก้ปัญหาตามที่เราเสนอ จริง ๆ แล้วไม่ต้องการเครื่องใหม่ ไม่ต้องการเงินคืน แต่แค่ต้องการเครื่องให้มันใช้ได้เท่านั้นก็พอใจแล้ว

ทำไปแล้วก็ท้อ เป็นทุกข์ สังคมอ้างสิทธิ์ (claim society) มันช่างมีแต่ทำให้ทุกข์ แต่เมื่อสังคมเป็นอย่างนี้ ก็ต้องทำตาม ขณะเขียน blog ก็ยังรอผลจากการเจรจาว่าจะออกมาอย่างไร ถ้าจะเคลมอีกเราจะไม่ทำ จะเอาเครื่องคืน ใช้ตามที่เป็นอยู่ แต่ทางบริษัทก็คงต้องรับความเสี่ยงเอง เพราะถ้าเป็นเช่นที่จินตนาการ ข่าวนี้จะถูกกระจายออกไปภายใต้โลกไซเบอร์

แค่คิดไปก็เป็นทุกข์แล้ว ถ้าเป็นอย่างที่จินตนาการไว้ นี่คือ lose – lose คือการแพ้ทั้งคู่ แทนการเป็น win-win คือการชนะทั้งคู่ คงต้องรอผล ได้รับโทรศัพท์จากช่างทางร้าน บอกว่าได้ทดลองแล้วใช้ได้ เราก็หวังว่าเป็นเช่นนั้น ตอนเย็นไปรับเครื่อง ทดลองก็โอเคนะ และก็หวังว่ามันจะเป็นเช่นนี้ ไม่ต้องการเป็นทุกข์อีกแล้ว แต่เราคงยังต้องรักษาสิทธิ์ในการเคลมเพราะสังคมนี้ได้เป็น claim society ไปแล้ว

ถ้าเรื่องนี้เกิดกับคนอื่นเขาก็คงเป็นทุกข์ อาจจะทุกข์มากกว่าเราเสียอีก แม้เราจะปล่อยวางอะไรได้บ้างแล้ว ความรู้สึกเป็นทุกข์ก็ยังมี จริง ๆ แล้วไม่ต้องการมีทุกข์เลย เราคงต้องปฏิบัติธรรมให้มากขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อขจัดทุกข์ให้หมดสิ้นไป

About เพียรพอเพียง

เขียนอะไรที่อยากจะเขียน เป็นคนชอบเขียนหนังสือ เขียนอะไรไปตามเรื่อง แล้วแต่จะนึกคิดได้ เนื้อหาหลากหลายทั้งธรรมะ ตลกขบขัน ความคิดสร้างสรรค์ วิชาการ ไม่ใช่วิชาการ อาจจะมีบทหน้งละครบ้าง (แต่ยังไม่ทำ)
This entry was posted in Diary - comments. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s