สามก๊ก – ฉบับไทย ๆ

มีการกล่าวไว้ว่าถ้าใครอ่านหน้งสือสามก๊กจบ 3 รอบ บอกได้เลยว่าคบไม่ได้ แต่มีผู้บริหารท่านหนึ่งท่านบอกว่าท่านอ่านจบ 5 รอบ สมควรจะคบหรือเปล่าหนอ ก็ไม่รู้นะ สำหรับเราใครจะอ่านกี่รอบ ๆ ก็ไม่มีปัญหา เพราะเราไม่มีอะไรจะให้เขาหลอก มีแต่ความจริงใจ ก็ไม่เห็นปัญหาอะไร ไม่เคยอ่านหนังสือสามก๊กเลยในชีวิต และไม่คิดที่จะอ่านเพราะไม่เคยคิดที่จะใช้เล่ห์กับใคร แต่ในขณะเดียวกันกลับมีความตั้งใจจะอ่านพระไตรปิฎกให้จบ ถ้าจบได้หลายรอบได้ก็ยิ่งดี แต่อาจจะต้องใช้หลายชาติมั้ง….ถึงจะอ่านจบ

ช่วงนี้ (กรกฏาคม 2554) ถ้าไม่พูดเรื่องการเมืองออกจะเชยไปหน่อย เพราะมีเหตุการณ์บ้านเมืองทั้งก่อนเลือกตั้ง ระหว่างเลือกตั้ง และหลังจากเลือกตั้ง ก็ไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไร พอรู้เรื่องสามก๊กมาบ้าง งู ๆ ปลา ๆ จากหนังสือเรียนสมัยเด็ก และดูหนังบ้าง (แต่ไม่ได้อ่าน) ก็มาจับปะติดปะต่อกันกันเล่น ๆ ซะอย่างงั้นแหละ ประวัติศาสตร์มักจะซ้ำรอยอยู่เสมอ จริง ๆ โลกนี้ก็ไม่มีอะไรใหม่ เพราะมันเป็นวัฏฏสงสาร คือวนไปก็วนกลับ อยู่อย่างนี้ภายใต้บริบทใหม่ แล้วบริบทใหม่ก็จะเป็นบริบทเก่า แล้วบริบทใหม่ไปเรื่อย ๆ นี่คือวัฏฏะ สำหรับสถานะการณ์บ้านเมืองของเรา ถ้าจะบอกว่าได้แบ่งแยกออกเป็นสามก๊กใหญ่ ๆ แล้วก็คงไม่ผิด (แต่ก็มีก๊กเล็ก ๆ อีกมากมาย ซึ่งบางครั้งเขาเรียกว่ามุ้งเล็กในมุ้งใหญ่)

สามก๊กฉบับไทย ๆ คงต้องเริ่มต้นด้วย สมัยหนึ่งมีผู้ปกครองถูกกล่าวหาว่าไม่มีธรรม เห็นแก่ประโยชน์ตนเองและประโยชน์พวกพอง มากกว่าประโยชน์ส่วนรวม ทำให้เกิดการต่อต้านขึ้น (ซึ่งปกติด้วยระบบของตัวมันเองก็จะมีการค้านอยู่แล้ว แต่นี่อาจจะถือว่าเป็นกลุ่มอีกหนึ่งจะเรียกว่าก๊กก็ได้ ก๊กนี้จะเรียกว่าก๊กเหลืองก็แล้วกัน ก๊กที่สอง เป็นก๊กทีสนับสนุนคนที่ถูกกล่าวหาในตอนแรกให้ชื่อว่าก๊กแดง ต่อมากลุ่มที่เหลืองเคยสนับสนุนในตอนแรก ได้แยกตัวออกมาเรียกว่ากลุ่มการเมืองเก่า ตอนนี้จะเรียกว่ากลายเป็นสามกลุ่มหรือสามก๊ก อย่างสมบูรณ์

ทั้งสามก๊กก็ต่อสู้กันอย่างเอาเป็นเอาตาย ก็ไม่อยากออกตัวว่าสนับสนุนก๊กไหนหรืออยู่ก๊กไหน เพราะคิดดูแล้วก็ไม่ได้แตกต่างอะไรกันมากนัก ก็ได้แต่เฝ้าดูแต่ละก๊กต่อสู้กัน ดูไปก็คิดไปนึกถึงสุภาษิตทางพุทธศาสนาพุทธที่บอกว่าคนเราเกิดมานั้นต้องตายกันทุกคน เป้าหมายหลักของเราไม่ใช่เหมือนไก่ที่อยู่ในกรงขังที่จะถูกนำไปสู่ที่ฆ่า แต่ก็ยังจิกกันจนกว่าจะถูกฆ่า แต่ละตัวก็บาดเจ็บกันไปทั้งนั้น และสุดท้ายก็ถูกเชือดเหมือนกันหมด

ไม่ว่าใครจะอ่านสามก๊กฉบับสมบูรณ์จบกี่เที่ยว หรืออ่านสามก๊กฉบับวณิพกของ ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ก็ตาม ก็คงไม่ได้แตกต่างกับการเรียนรู้วิธีการจิกของไก่ที่จิกเพื่อนร่วมกรงเดียวกัน สุดท้ายก็ไม่พ้นถูกเชือดเป็นอาหารอยู่ดี นั่นคือโลกนี้ได้กลืนกินท่านไปโดยไม่ได้สร้างสรรค์อะไร ทำไมไม่ร่วมกันแหกกรงขังนั้นเสีย เพื่อแสวงหาความอิสระ เพราะอย่างไรก็ตายเหมือนกัน

About เพียรพอเพียง

เขียนอะไรที่อยากจะเขียน เป็นคนชอบเขียนหนังสือ เขียนอะไรไปตามเรื่อง แล้วแต่จะนึกคิดได้ เนื้อหาหลากหลายทั้งธรรมะ ตลกขบขัน ความคิดสร้างสรรค์ วิชาการ ไม่ใช่วิชาการ อาจจะมีบทหน้งละครบ้าง (แต่ยังไม่ทำ)
This entry was posted in Anything (สัมปะปิ-ไร้สาระ). Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s