ผมไม่เอาครับ

“ไม่อดไม่หยาก – อดหยาก” คำสองคำนี้แม้จะดูง่าย แต่ก็เป็นคำที่ลึกซึ้ง คำแรกหมายถึงเมื่อมีเยอะแล้วโดยเฉพาะอาหารการกิน คนเรามักจะก็รู้สึกไม่อยากกิน บางคนที่บ้านมีของกินเยอะแยะกลับไม่อยากกินที่บ้าน แต่อยากออกไปกินข้างนอกบ้าน ที่มี รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส เต็มรูปแบบ อันนี้จะจัดเข้าอยู่ในส่วนที่ว่าไม่อดไม่หยากได้หรือเปล่าก็ไม่รู้ เผลอ ๆ อาจจะเข้าในกลุ่มของคำว่าอดอยากได้นะนี่ แต่ถ้าอดแล้วมันมักจะอยากตามมาเสมอ ไม่รู้เป็นอย่างไง

ในสังคมบริโภคนิยม แต่ละคนก็อยากได้มาอะไรก็แล้วแต่มาเป็นของตัวเองให้มากที่สุด จะใช้หรือไม่ใช้ก็ช่าง ไปเดินห้างกับคนที่บ้าน ก็เห็นอยากได้โน่นได้นี่ บางครั้งของที่บ้านก็มีเยอะแยะ แต่ยังต้องการอีก จนต้องพูดแซวว่าจะซื้อของทุกอย่างที่ขวางหน้าหรือไง? หรือแม้แต่อยู่ข้าง ๆ ด้วย ถ้าเป็นไปได้มองมาข้างหลังเจอก็จะเอาใช่ไหมนี่

เราเป็นคนค่อนข้างจะคิดมาก เดินเที่ยว department store เห็นของเยอะ ๆ ก็คิดว่าใครจะมาซื้อของมันเยอะขนาดนี้ ไปก็ไม่ค่อยได้ซื้ออะไรกับเข้าหรอก แค่นั้นยังไม่พอคิดต่อไปอีกว่าถ้าสมมุติว่า เขาจะยก department store นี้ให้ฟรี ๆ จะเอาไหม แต่ก็มีข้อแม้ว่าต้องมาบริหารเอง เป็นเจ้าของเอง ก็ขอบอกอย่างไม่ต้องคิดเลยว่า ผมไม่เอาครับ เชื่อว่าตัวเองไม่เอาจริง ๆ ไม่รู้จะเอาไปทำไม มีแค่นี้ก็ลำบากแล้ว ดังคำพังเพยที่ว่า “มีทองเท่าหนวดกุ้งนอนสะดุ้งจนเรือนไหว” นั่นน่าจะแสดงว่าการมีทรัพย์สมบัติมากก็ทุกข์มากตามไปด้วย พระพุทธองค์ช่างชาญฉลาดที่สุดเลย ที่ไม่มีเงินทองอะไร ถ้าจะมีก็แค่ บาตรเพียงใบเดียวพร้อมอัตถบริขาร 4 เท่านั้นเอง ก็อยู่อย่างมีความสุขได้

ครั้งหนึ่งเคยยืมสร้อยของพี่สาวมาห้อยพระ เป็นสร้อยคอทองคำหนักสองบาท ดูมันโก้ดีอยู่หรอก แต่ก็เป็นทุกข์สุด ๆ เลย นอนก็ไม่หลับ กลัวเขามาถอดเอาไป เลยต้องรีบเอาไปคืนพี่สาว ก็แปลกใจว่าคนที่ใส่แหวนเพชร สร้อย เลส อะไรแพง ๆ นะ เขาสบายดีอยู่หรือ หรือว่ามีความสุขดีอยู่หรือ

จะบอกว่าหมาเห็นอะงุ่นเปรี้ยวก็ได้ (หมายควาว่า – หมาไม่สามารถกินอะงุ่นที่อยู่สูงได้เลยบอกว่า โอ้ย..ไม่สนใจกินมันหรอกเพราะมันเปรี้ยว) ก็เลยบอกว่าไม่เอา จริง ๆ แล้วชาตินี้ทั้งชาติจะเป็นเจ้าของ department store ไม่ว่าเล็กหรือใหญ่คงไม่มีทางเป็นไปได้ แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าจะให้เป็นเจ้าของจริง ๆ ก็ของบอกอย่างมั่นใจเลยว่า “ผมไม่เอาครับ” 

About เพียรพอเพียง

เขียนอะไรที่อยากจะเขียน เป็นคนชอบเขียนหนังสือ เขียนอะไรไปตามเรื่อง แล้วแต่จะนึกคิดได้ เนื้อหาหลากหลายทั้งธรรมะ ตลกขบขัน ความคิดสร้างสรรค์ วิชาการ ไม่ใช่วิชาการ อาจจะมีบทหน้งละครบ้าง (แต่ยังไม่ทำ)
This entry was posted in Anything (สัมปะปิ-ไร้สาระ), Dhamma & Life. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s