ฉันจะกลับไปทำนา – ตอนเหมือนเทวดาแกล้ง

ปีนี้ยังไม่ได้ทำอะไรเลยเกี่ยวกับนามากนัก ดูเหมือนว่ามันจะติดขัดไปหมด ฝนตกมา รถไถสีส้ม (รถไถนา KUBOTA) ก็ไม่สามารถลงไปไถนาได้ เพราะนาใหม่มันหล่ม รถไถเดินตามนอกจากจะหาได้ยากยิ่งแล้ว ยังบอกว่าไม่สามารถไถได้ เพราะมันจะติดหล่มเช่นกัน ตอนนี้ก็เห็นมีแต่ข้าวเทวดา 1 แปลงเท่านั้นที่ยังรอการพิสูจน์ตัวเองอยู่ ตอนช่วงนี้ฝนไม่ตกน้ำในก็ไม่มี เคยสูบน้ำเข้านาหลายครั้ง แต่สูบเท่าไหร่ก็หายหมด เมื่อเป็นข้าวเทวดาแล้ว ก็คงให้เทวดาเลี้ยงแล้วล่ะ ขอฝากหน่อยนะท่าน

เนื่องจากฝนไม่ตกมาหลายวัน นาแถว ๆ บ้านที่ทำโดยการหว่าน มองไปแล้วเห็น ไม่รู้ว่าหญ้าหรือข้าวมากกว่ากัน ข้าวก็กำลังแห้งตาย แอบได้ยินชาวนาเขาว่ากันเองว่า นาไหนใช้ยาฆ่าหญ้าตอนไม่มีน้ำมาละลายความเข้มข้นของยา แทนที่หญ้าจะตาย ข้าวกลับตายเสียเอง คงต้องรอดูการแก้ปัญหาของชาวนามืออาชีพแล้วล่ะ ว่าเขาจะทำอย่างไร ก็เราเป็นชาวนาสมัครเล่น (แต่จริงใจ) นี้หน่า เห็นบางนาเริ่มไถใหม่แล้วเพราะข้าวตาย โดยนาผืนที่ว่านี้เราแอบเห็นว่าเขาใช้ยาฆ่าหญ้าด้วยล่ะ

เหมือนเทวดาแกล้ง ที่ไม่ให้ฝน จริง ๆ แล้วท่านน่าจะไม่ได้แกล้งชาวนา ก่อนหน้านั้นท่านให้ฝนตกลงมาเพื่อให้ชาวนาได้เตรียมตัวก่อนการทำนาเต็มรูปแบบ เช่นการไถนาฮุด ภาคกลางอาจจะเรียกว่าไถดะหรือเปล่าไม่รู้ แต่เป็นการไถครั้งแรกหลังจากฝนตก แล้วก็ค่อยรอน้ำฝน ตกกล้า ฝนจะตกเต็มหน้าฝนจริง ๆ ประมาณเดือน กรกฏาคม หรือต้นสิงหาคมโน่นแหละชาวนาจึงจะได้ดำนา เข้าพรรษายังดำนาอยู่เลย แล้วท่านเทวดาก็ให้ฝนอย่างต่อเนื่องจนข้าวออกรวงท่านจึงหยุดตก

มาดูตอนนี้ไม่รู้ว่าชาวนาสมัยนี้รู้เรื่องนี้หรือเปล่า (หรือไม่มีจิตวิญญานของการเป็นชาวนาแล้ว) มัวแต่ไปรับจ้างเป็นมนุษย์เงินรายวัน/รายเดือน ที่อื่นหรือเปล่า เลยต้องรีบ ๆ ทำ พอฝนตกลงมาตอนเดือนเมษายน หรือ เดือนพฤษภาคม ดินพอไถได้ก็เริ่มให้รถไถสีส้ม (เห็นชาวนาเขาเรียกกัน) มาไถรอบแรกก่อน พอสักระยะก็หว่านข้าวแล้วปั่นดินให้กลบข้าวเพื่อรอให้ฝนตกลงมาอีกครัั้ง ฝนบางครั้งก็ตกต่อเนื่อง บางครั้งก็ทิ้งช่วงบ้าง ปีนี้ก็เช่นเดียวไม่ต่างกับปีที่แล้ว คือฝนทิ้งช่วงในช่วงเดียวกัน สำหรับเราปีที่แล้วกว่าจะได้โยนกล้าก็เข้ากลางเดือนกรกฏาคม สำหรับปีนี้อาจจะหล้า (ช้า) ไปเป็นต้นเดือน สิงหาก็ได้ ด้วยความไม่พร้อมของเวลาและเครื่องมือ หรืออาจจะไม่พร้อมที่จะทำเลยก็ได้

เมื่อเป็นเช่นนี้จะโทษเทวดาแกล้งคงไม่ได้ ต้องโทษตนเองมากกว่าว่ารีบทำมากไปหรือเปล่า? ถ้าทำตามเวลาและฤดูกาลคงไม่เป็นเช่นนี้ แทนการที่จะกล่าวหาว่าท่านแกล้ง อาจจะต้องโทษมนุษย์ต่างหากล่ะที่แกล้งท่าน ท่านอาจจะไม่สบายหรือโกรธก็ได้ เพราะเราเอาทั้งคาร์บอนไดออกไซด์มาให้ท่านสูดดม ทำให้ท่านต้องร้อนเพราะทำลายโอโซนที่ป้องกันแดดให้ท่าน ต้นไม้ก็ถูกตัดเกือบจะหมดป่าแล้ว แล้วท่านจะอาศัยร่มเงาไหน ท่านปล่อยน้ำลงมาก็ไปท่วมบ้านเรือนคน คนก็ด่าท่าน จะเรียกว่าโดนทั้งขึ้นทั้งล่อง นี่ละหนอที่เขาเรียกว่า มนุษย์….เหม็นเคี้ยวเข็ญเทวดา

สำหรับเราแล้วอนาคตการทำนาปีนี้ยังมืดมน แต่ก็จะไม่ยอมโทษเทวดา จะทำเท่าที่ทำได้ อะไรทำได้ก่อนก็ทำไปก่อน ยังทำไม่ได้ก็ยังไม่ทำ หลายครั้งวิธีการคิดเช่นนี้ได้ผลแทบไม่น่าเชื่อ เมื่อตัดสินใจกลับไปทำนาแล้วจึงจะไม่มีวันยอมแพ้เด็ดขาด

พอฝนไม่ตกหลายวัน ดินแห้งพอที่รถไถจะลงปั่นได้ กะว่าจะต้องเปลี่ยนแผนอีกแล้ว เป็นการหว่านแทนการโยนกล้า ติดต่อรถไถตอนวันศุกร์ วันเสาร์เขาให้คำตอบว่าเขามาได้ และบอกว่าให้เตรียมอะไรต่าง ๆ ให้พร้อม เช่น ปุ๋ยขี้ไก่สำหรับรองพื้น ก็เตรียมไว้เรียบร้อย แต่เขาจะมาทำให้ในวันอาทิตย์ถ้าฝนไม่ตก เป็นคำตอบที่แสนจะเป็นไปได้ยากเพราะฝนเริ่มตั้งเค้ามาแล้ว แล้ววันเสาร์แดดก็เปรี้ยง ๆ ใช้เวลาก็ไม่นานก็เสร็จ แต่ก็ไม่ทำ

วันเสาร์ผ่านไป ฝนก็เป็นใจตกที่อื่นใกล้เคียงแต่ไม่ตกในพื้นที่นา ได้แต่หวังว่าจะรอดแน่ ๆ แต่พอตี 2 ก็ได้ยินเสียงฝนตก เช่นเคย จะตกแรงก็ไม่ใช่ ค่อย ๆ ก็ไม่เชิง หรือเรียกว่าตกพอกระเทิน คือตกพอที่จะทำให้รถไถไม่สามารถลงได้เท่านั้น แม้จะเตรียมทำใจได้บ้างแล้ว ว่าช่างมันเถอะจะเอาตามใจเราคงไม่ได้เมื่อเราต้องอาศัยคนอื่น ก็ไม่ได้ทุกข์ร้อนอะไร แต่ก็ลุกขึ้นมาตีสอง เพื่อที่จะเขียน blog เพื่อให้รู้ว่ามันเหมือนกับเทวดาแกล้งจริง ๆ อย่างไรก็ยังคิดเสมอว่าท่านไม่ได้แกล้งเรา

ปรับแผนใหม่อีกแล้ว คงจะต้องทำนาโยนกล้า ต้องเตรียมกล้าน่าจะเป็นต้นสิงหาคมโน่นแหละถึงจะได้โยน น่าจะพอหาแรงงานได้บ้าง อย่างไงก็ตามเเราจะไม่ยอมแพ้เด็ดขาด ยิ่งมีอะไรที่ยุ่งยากกลับทำให้คิดสู้ เพราะเราเป็นคนไม่มีคำว่าท้ออยู่อยู่ในหัวใจ

ต่อมาตอนเช้าคนที่รับปากว่าจะจัดการให้มาพร้อมรถไถ แม้การปั่นดินจะไม่สะดวกมากนัก เพราะฝนตกมาแต่ก็ไม่ยากจนทำอะไรไม่ได้ จึงได้ทำโดยการหว่านขึ้ไก่อันเม็ดไร่ละ 50 กิโลกรัม และหว่านข้าวหอมมะลิ 105 แปลง ละ 8 กิโลกรัม สำหรับเนื้อที่ประมาณ 0.8 ไร่  แต่ถ้าเขาหว่านปกติก็คงใช้ประมาณ 20 – 25 กิโลกรัม คาดหวังว่านกคงไม่กินหมดก่อนนะเพราะหว่านหลังปั่นแล้ว แต่ดูแล้วยังไม่เห็นนกลงไปกินเพราะอาจจะได้กลิ่นยารักษาพันธุ์ก็ได้

ส่วนอีก 2 แปลง อาจจะไม่ทำหรืออาจจะทำก็น่าจะไม่มีปัญหา เพราะรถไม่สามารถปั่นได้เนื่องจากเป็นพื้นที่ถมใหม่ คงต้องรอทำนาเต็มรูปแบบอีกครั้งหนึ่งในปีต่อไป เมื่อเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นที่ไร เราก็รู้สึกว่าเหมือนเทวดาแกล้ง แต่จริง ๆ แล้วท่านคงได้ตั้งใจที่จะแกล้งใคร ขอโทษท่านด้วยนะที่รู้สึกไม่ดีกับท่าน

About เพียรพอเพียง

เขียนอะไรที่อยากจะเขียน เป็นคนชอบเขียนหนังสือ เขียนอะไรไปตามเรื่อง แล้วแต่จะนึกคิดได้ เนื้อหาหลากหลายทั้งธรรมะ ตลกขบขัน ความคิดสร้างสรรค์ วิชาการ ไม่ใช่วิชาการ อาจจะมีบทหน้งละครบ้าง (แต่ยังไม่ทำ)
This entry was posted in KonTamNa (คนทำนา). Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s