ย้อนอดีต – อยู่กับฝรั่ง

แม้ว่าชีวิตจะขาดอะไรไปบ้าง (อ่านเรื่องที่ก่อนหน้านี้) แต่ก็จะเป็นคนโชคดีอยู่บ่อยครั้ง มักจะได้รับการช่วยเหลือเสมอเมื่อยามเข้าตาจน จากการเป็นเด็กวัดตอนเรียน ม. ต้น แต่พอเรียน ม. ปลายที่ รร. เบ็ญฯ อุบล ตอนแรกก็พักอยู่กับครอบครัวที่เขารับนักเรียนไปอยู่โดยเสียค่าใช้จ่ายทั้งที่เป็นค่าที่พักและค่าอาหาร ด้วยความไม่พร้อมด้านการเงิน ถ้าสถานะการณ์เป็นเช่นนี้คงไปไม่ได้ เพื่อนคนหนึ่งต้องเลิกเรียน เพื่อนอีกคนต้องกลับไปเรียนที่บ้านเกิด (ศรีสะเกษ) ทั้งสองฐานะไม่ต่างกันเรามากนัก เราเกือบเป็นคนต่อไปแล้ว

ไม่รู้เป็นอย่างไรสำหรับเรา จับพลัดจับผลู เพื่อน (ขณะนี้คือ ผศ. ดร ปัญญา ศรีจันทร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมกล้า ธนบุรี) ชวนไปอยู่กับอาจารย์ที่เป็นอาจารย์ฝรั่่งที่เป็น peace corps (หน่วยอาสาสมัครเพื่อสันติภาพอเมริกัน) ซื่อท่านคือ อ. สกอตต์ ซี ฟอร์ด (Scott C. Ford) เราไปทันที อยู่กับอาจารย์ 2 ปี ถือว่าเป็นความโชคดีจริง ๆ ข้อดีนอกจากลดค่าใช้จ่ายแล้วยังสามารถพูดภาษาอังกฤษได้ตั้งแต่เรียนมัธยมปลาย

ท่านอาจารย์สกอตต์ เป็นคนใจดีมาก นักเรียนและครูของโรงเรียนเบ็ญ ฯ สมัยนั้นรักท่านมาก เราสองคนก็เป็นที่รู้จักของอาจารย์ในโรงเรียนไปด้วย ปัญญาเป็นนักเรียนที่เก่งมากโดยเฉพาะภาษาอังกฤษ จนอาจารย์ภาษาอังกฤษกล่าวชมว่าตั้งแต่สอนมา (น่าจะไม่น้อยกว่า 30 ปี ยังไม่เคยเห็นเด็กเก่งภาษาอังกฤษเท่านี้) และเมื่อจบ ม.ศ. 5 เพื่อนก็สอบทุนโคลัมโบ (ได้ที่สองของประเทศ) เพื่อไปเรียนที่นิวซีแลนด์ ส่วนเราเรียนปานกลาง แต่เรื่องขยันเราคิดว่าเราขยันกว่าแต่สอบได้ที่มากกว่า เอะ…มันก็แปลกดี เราก็อยากเก่งเหมือนกันขนาดที่ว่าตอนอาจารย์กลับไปอเมริกาแล้ว เราเคยซื้อแบบฝึกหัดภาษาอังกฤษแล้วทำทั้งเล่มส่งให้อาจารย์ตรวจให้ที่อเมริกานั่นคือความพยายามของเรา อาจารย์ชวนไปเรียนที่อเมริกาเหมือนกันแต่คิดว่าตัวเองไม่พร้อมหรืออะไรก็ไม่รู้จึงไม่ได้ไป

เราทั้งสองคนฐานะทางบ้านก็ไม่แตกต่างกัน ออกค่าอาหารคนละ 2 บาทต่อวัน ข้าวสารกิโลละ 3 บาท ถ้าเป็นข้าวมะลิก็กิโลละ 3.5 บาท บางครั้งก็เอามาจากบ้าน อาหารหลักก็คือ ไข่น้ำ (กวนไข่ให้แตก ใส่น้ำปลาแล้วเอาลงในน้ำเดือด ๆ) ต้มปลาทู ผัดผักบุ้ง (ไม่รู้เพื่อนจำความลำบากตอนเรียนอยู่ด้วยกันได้หรือเปล่า?)

อาจารย์สกอตต์จะชอบกินพิซซ่า และให้เงินพวกเราไปซื้อจำได้ว่าราคาตอนนั้น 1 แผ่นราคา 55 บาท (แพงมาก ๆ) หน้ากุนเชียงหรืออะไรนี่แหละ แล้วแบ่งให้เรากินคนละชิ้น อาจารย์ชอบรับประทานบะหมี่เกี้ยวที่ร้านแถว ๆ ถนนสินราชบุตร อาจารย์จะไม่ปรุงเครื่องปรุง จะซดน้ำก่อนแล้วค่อยกินเส้นทีหลัง พวกเราก็ทำตามอาจารย์ เออ…ม้นก็อะร่อยดีนี่ อาจจะเป็นเพราะว่าบะหมีเกี่้ยวเขาอะร่อยก็ได้ ตอนเย็นวันศุกร์ก็จะถามพวกเราว่าศุกร์นี้มีหนังเรื่องอะไร และมักจะพาพวกเราไปดูหนัง (โรงหนังนิมิตร – ตอนนี้เลิกแล้ว)

เป็นความทรงจำของอดีตที่ดีมาก ๆ เมื่อย้อนคิดถึงเมื่อไหร่ก็อดคิดถึงอาจารย์สกอตต์ไม่ได้ เราพยายามหาอาจารย์โดยสืบค้นทางอินเตอร์เนท ก็ยังไม่เจอท่าน แต่อย่างไรก็ตามเราขอบอกอาจารย์ว่าเราอาจจะไม่มีวินนี้ก็ได้ ถ้าไม่ได้รับความกรุณาอาจารย์

About เพียรพอเพียง

เขียนอะไรที่อยากจะเขียน เป็นคนชอบเขียนหนังสือ เขียนอะไรไปตามเรื่อง แล้วแต่จะนึกคิดได้ เนื้อหาหลากหลายทั้งธรรมะ ตลกขบขัน ความคิดสร้างสรรค์ วิชาการ ไม่ใช่วิชาการ อาจจะมีบทหน้งละครบ้าง (แต่ยังไม่ทำ)
This entry was posted in Myself (ข้าฯเอง). Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s