อยากเป็นอะไรก็เป็นเลย..ไม่ต้องรอ

ชอบอ่านอัตตชีวประวัตินักวิทยาศาสตร์ นักการเมือง นักอะไรต่อมิอะไร มาเยอะพอสมควร อยากรู้จักว่าเขาทำอย่างไรจึงประสบผลสำเร็จในชีวิต เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้กับตัวเอง สมัยเรียนมัธยมปลาย อ่านหนังสือ The seven inventors ที่เป็นหนังสืออ่านประกอบการเรียนภาษาอังกฤษ ชอบชีวิตของ มาดามมารี คูรี และชีวิตของ ชาร์ล กูดเยีย ผู้น่าสงสาร

และก็ศึกษาประวัติอัจฉริยะต่าง ๆ เช่น รามานุจัน (หนังสือรามานุจัน อัจฉริยไม่รู้จบ) นักคณิตศาสตร์ชาวอินเดีย น่าเสียดายเขาเสียชีวิตตอนมีอายุได้สามสิบกว่า ๆ เท่านั้นเอง เพราะเขาทำงานมากเกินไป  ประวัตินักวิทยาศาสตร์ เช่น เอดิสัน ไมเคิล ฟาราเดย์ เซอร์ ฮัมฟรี เดวี่ หลุยปาสเตอร์ ผู้คนพบวัคซีน ที่ทำงานอย่างไม่เคยเหน็ดเหนื่อย จนมีคำพูดที่จำได้เสมอคือ “หนึ่งนาทีเสียไปโดยเปล่าประโยชน์ ข้าพเจ้ารู้สึกว่าข้าพเจ้าขโมยเวลาของข้าพเจ้าเอง” อะไรจะปานนั้น แต่พบว่านักวิทยาศาสตร์ และอัจฉริยะต่าง ๆ มักจะทำงานหนักมาก ๆ นี่มั่งเป็นสูตร์หนึ่งของความสำเร็จนี่หน่า

นักการเมืองถ้าไม่อ่านชีวิตประวัติของท่านมหาตมะ คานธี คงจะไม่ได้ชื่อว่าเป็นนักอ่าน เสียดายตอนไปอินเดียไม่ได้เข้าไปชมบ้านของมหาบุรุษท่านนี้ (ที่นิวเดลลี) เพราะบังเอิญวันที่ไป เป็นวันเขาไม่ให้เข้าพอดี แต่คงไม่มีอะไรมากเพราะท่านเป็นคนไม่สะสมอะไร อ่านประวัตินโปเลียน โบนาปาร์ด (เขียนโดยหลวงวิจิตรวาทการ) ทึ่งในความเป็นอัจฉริยะ นโปเลียนมีความสามารถในการการใช้คิดมาก สมองของท่านเหมือนลิ้นชัก ถ้าต้องการใช้อะไรก็เปิดออกมา ถ้าไม่ต้องการใช้ก็ปิด สุดท้ายต้องการพักผ่อนก็ปิดลิ้นชักทั้งหมดแล้วก็พักผ่อน

ที่กล่าวมาทั้งหมดนั้นอาจจะไม่เข้ากับหัวข้อเรื่องที่เขียน ทั้งหมดที่อ่านมาท่านจะเป็นนักอะไรก็แล้วแต่ แต่ละท่านจะเด่นในทางนั้นเป็นส่วนใหญ่แต่อัจฉริยะสองท่านต่อไปนี้คือ ลีโอนาโด ดา วินชี่ และ ศาสตราจารย์ริดชาร์ด ฟายน์แมน

ดาวินซี ถือว่าเป็นยอดนักคิดในรอบ 1000 ปี จัดอันดับโดยโทนี่ บูซาน (ผู้เชียวชาญด้านกระบวนการคิด) อ่านต้นฉบับซื่อหนังสือว่า How to think like Leonardo da Vinci อ่านแล้วทึ่งในความสามารถของอัจฉริยท่านนี้ซึ่งแตกต่างกว่าท่านอื่น คือท่านเป็นอะไรหลาย ๆ อย่างตั้งแต่เป็นหมอ สถาปนิก วิศวกร ศิลปิน ฯลฯ คืออยากเป็นอะไรก็เป็นเลย ในขณะเดียวกันยังมีอัจฉริยะอีกท่านหนึ่งคือ

ศาสตราจารย์ริดชาร์ด ฟายน์แมน (อ่านจากหนัง surly you’re joking Mr. Feynman แปลเป็นไทยว่า ฟายน์แมน อัจฉริยะโลกฟิสิกส์) ท่านเป็นนักวิทยาศาสตร์รางวัลโนเบล เป็นหนึ่งในทีมสร้างระเบิดปารมนู เป็นนักวิทยาศาสตร์ที่เต็มไปด้วยอารมณ์ขัน (เป็นคุณสมบัติหนึ่งของนักคิด) ท่านเป็นอะไรหลาย ๆ อย่างทั้งนักวิทยาศาสตร์ ศิลปิน นักดนตรี นัก ฯลฯ คืออยากจะเป็นอะไรก็เป็นเลย มีลักษณะคล้าย ๆ กับดาวินซี่

ที่จริงแล้วคนเราจะเรียกว่าส่วนใหญ่จะมีอะไรที่ซ่อนอยู่ภายในตัวเอง แต่ที่ไม่กล้าแสดงออกหรือไม่กล้าเป็นเพราะเขาเหล่านั้นมีกำแพงอะไรสักอย่างสกัดกั้นอยู่ถ้าทำลายกำแพงนั้นเสียก็สามารถที่จะเป็นอะไรก็ได้เหมือนอัจฉริยะที่ยกมา โดยเฉพาะสองท่านสุดท้าย มีคำกล่าวของนักเขียนท่านหนึ่ง(ทอด ซิลเลอร์) กล่าวว่า แม้เราจะไม่ได้เกิดมาเป็นอัจฉริยะแต่เราก็สามารถคิดอย่างอัจฉริยะได้  เรื่องที่เขียนขึ้นมานี้อาจจะเป็นแรงบันดาลใจให้ใครสักคนก็ได้

แต่สำหรับผู้เขียนแล้วแม้จะไม่ได้เก่งกาจสามารถอะไรนักหนา แต่ถ้าอยากจะเป็นอะไรก็จะไม่รอเช่นกัน เช่นฉันจะกลับไปทำนา ฉันจะเป็นนักเขียน ฉันจะเป็นศิลปิน ฯลฯ แต่เหนือสิ่งอื่นใดฉันจะขอเป็นผู้ไม่เห็นแก่ตัวในที่สุด แม้ว่าจะต้องใช้เวลานานเท่าใดก็ตาม

About เพียรพอเพียง

เขียนอะไรที่อยากจะเขียน เป็นคนชอบเขียนหนังสือ เขียนอะไรไปตามเรื่อง แล้วแต่จะนึกคิดได้ เนื้อหาหลากหลายทั้งธรรมะ ตลกขบขัน ความคิดสร้างสรรค์ วิชาการ ไม่ใช่วิชาการ อาจจะมีบทหน้งละครบ้าง (แต่ยังไม่ทำ)
This entry was posted in My perspective (คิดอย่างข้าฯ-มองกลับมุม), My writings (งานเขียนของข้าฯ). Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s