ยาบ้า = ประชานิยม

ใกล้วันเลือกตั้งแล้ว ถ้าไม่เขียนบล๊อกเรื่องการบ้านการเมืองบ้าง ก็คงจะเชย และไม่ใช่ blogger ตัวจริง ถ้าพูดถึงการเมืองก็อดเกริ่นถึงตัวเองก่อนสักหน่อยไม่ได้เดี่ยวจะโดนหาว่าไม่รู้เรื่องการบ้านการเมืองอะไรเลย แล้วมาเขียน จริง ๆ แล้วถ้าไม่รู้เรื่องการบ้านการเมืองเลยจะเขียนและอ่านสนุกกว่า

สนใจการบ้านการเมืองสมัยเป็นนักศึกษาเพราะมีเหตุการณ์มากมายโดยเฉพาะเหตุการณ์ตุลาฯ 16 ตอนนั้นเรียนอยู่ชั้นปี 2 มีส่วนร่วมกับเขาบ้าง และได้รับรู้การบ้านการเมืองสนใจอ่านหนังสือ และอีกครั้งคือตุลาฯ19 ตอนนั้นเรียนอยู่ปี 4 ได้รับเลือกเป็นรองประธานสภานักศึกษา ตอนช่วงนั้นแม้จะเป็นไปตามกระแสของนักศึกษา แต่ก็มีอะไรกังขาอยู่ไม่น้อย เริ่มเบื่อการเมืองเมื่อตอนสมัยมีการเลือกตั้งเห็นนักการเมืองมีแต่ด่ากัน ก็เลยคิดว่ามันแค่นี้หรือการเมือง !

ไม่อยากยุ่งเกี่ยวการกิจกรรมการเมือง แต่ก็ได้ทำหน้าที่พลเมืองดีมาตลอดโดยการไปเลือกตั้งทุกครั้งตามตัวเลือกที่มีอยู่ แม้ไม่ได้เข้าไปคลุกคลีแต่ก็แอบดูกระบวนการคิดของนักการเมืองอยู่ห่าง ๆ โดยเฉพาะยุคทักษิณ ต้องยอมรับว่าเป็นคนสนันสนุนทักษิณ เพราะเห็นว่าแนวความคิดเขาแปลกและทันสมัย

เริ่มต้นก็ดูดีมีการคิดนอกกรอบ มีกระบวนการคิดสร้างสรรค์แปลก ๆ ใหม่ ออกมาเรื่อย ๆ แต่พอดูไปเรื่อย ๆ เอะ…ชักทะแม่ง ๆ อะไรไม่รู้ แทนการสร้างสรรค์กลับวนกลับไปกลับมา ด้วยรายละเอียดแบบวน ๆ สุดท้ายก็ไม่ศรัทธาและทำนายไว้ว่าเขาจะติดกรอบของเขาเอง เหมือนตัวหม่อนชักใยสุดท้ายก็หุ้มตัวเองไปไหนไม่ได้ นโยบายประชานิยม พร้อม ๆ กับการปราบปรามยาบ้า เป็นนโยบายหลักของทักษิณแล้วจะวิจารณ์ว่ามันเหมือนกันอย่างไร

พอหมดยุคทักษิณและนอมินีบริวาร ก็ได้เกิดความหวังใหม่จากนักเรียนนอกที่มีการศึกษาดีของมหาวิทยาลัยมีอันดับของโลก อภิสิทธิ์ ตอนเริ่มต้นก็ดูดีเหมือนกันมีหลักการวิธีการคิดดี ๆ นำเสนอ แต่พอไป ๆ มา ๆ ก็เหมือนกับทักษิณคือการไม่พ้นประชานิยมเหมือนกัน ไม่มีอะไรแตกต่างกันเลย เข้าใจเขาอยู่บ้างเหมือนกันว่ามันออกยากเหลือเกินประชาชนเสพติดเหมือนยาบ้าแล้ว

งานเขียนนี้ไม่ได้สนับสนุนทักษิณแล้วว่าอภิสิทธิ์ หรือในทางตรงกันข้ามไม่ได้ว่าทักษิณแล้วสนับสนุนอภิสิทธิ์ แต่เป็นการเขียนวิจารณ์กระบวนการคิดแบบประชานิยมเท่านั้นว่ามันช่างไม่มีอะไรแตกต่างกับยาบ้าเลย คือการเสพแล้วติดเหมือนกันทั้งสองอย่าง ยาบ้าอาจจะเห็นได้ง่าย แต่ประชานิยมนั้นเห็นได้ยากกว่า

ยาบ้าเห็นได้ง่ายเพราะมันผิดกฏหมาย แต่ใครก็ตามหลงไปเสพแล้วจะติด (ก็ไม่รู้ว่ามันติดได้อย่างไร เพราะไม่เคยลองและไม่เคยคิดจะลอง) เป็นปัญหาของสังคม ในขณะเดียวกันนโยบายประชานิยม ซึ่งเปรียบเหมือนการเอาปลาไปให้คนกินแทนการสอนเขาหาปลา คนก็เสพติดเหมือนกัน จะเห็นได้จากการประกาศนโยบายว่าใครจะให้ปลาตัวใหญ่กว่ากัน ไปเรื่อย ๆ คนที่ติดแล้วก็จะคอยแต่รอรับปลา ไม่ยอมออกไปจับปลากินเอง แล้ววันหนึ่งบ้านเมืองก็จะเป็นง่อย ยาบ้าก็เหมือนกันเมื่อมันลุกลามไปมากก็ทำลายบ้านเมืองให้เป็นง่อยได้เหมือนกัน

ฉนััน ยาบ้าจึงไม่มีอะไรแตกต่างกับนโยบายประชานิยมแต่อย่างใด อันตรายทั้งคู่

 

About เพียรพอเพียง

เขียนอะไรที่อยากจะเขียน เป็นคนชอบเขียนหนังสือ เขียนอะไรไปตามเรื่อง แล้วแต่จะนึกคิดได้ เนื้อหาหลากหลายทั้งธรรมะ ตลกขบขัน ความคิดสร้างสรรค์ วิชาการ ไม่ใช่วิชาการ อาจจะมีบทหน้งละครบ้าง (แต่ยังไม่ทำ)
This entry was posted in My perspective (คิดอย่างข้าฯ-มองกลับมุม). Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s