สมองกระจ่าย-จิตเต่า

ซื้อหนังสือเล่มหนึ่งมานานแล้วละตอนไปอินเดีย เพราะเห็นชื่อน่าสนใจดี ชื่อว่า Hare brain-Tortoise mind เป็นการเปรียบเทียบการแข่งขันระหว่างกระต่ายกับเต่า สุดท้ายเต่าก็ชนะ เอะ…มันเป็นไปได้อย่างไร !

หยิบขึ้นมาอ่านได้ไม่มากเพราะยังไม่ค่อยมีเวลาเท่าไหร่ (แก้ตัวอีกแล้ว) แต่ก็พอสรุปได้ว่าเป็นการเปรียบเทียบกระบวนการคิดของชาวตะวันตก (ฝรั่งมังค่า) กับชาวตะวันออก (เอเซีย) กระบวนการคิดแต่ละประเภทจะมีกระบวนการของตัวมันเอง งานเขียนต่อไปนี้เป็นความเห็นของผู้เขียนเองไม่ได้สรุปจากหนังสือที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าอ่านแล้วอาจจะเป็นอย่างอื่นก็ได้ เป็นอันว่าขอวิเคราะห์จากสมองน้อย ๆ ของคนตะวันออกก็แล้วกัน

ชาวตะวันตกถือว่าความฉลาดเกิดขึ้นได้จากสมองที่เป็นกายภาพ เขาจึงมีการพัฒนาสมอง ศึกษาการใช้สมองให้เต็มประสิทธิภาพทั้งซีกซ้าย – ซีกขวา ศึกษาโครงสร้างของสมองแม้แต่ไอน์สไตน์ตายไปแล้วยังบริจาคสมองให้คนได้ศึกษา แต่ดู ๆ แล้วก็ไม่เห็นมันแตกต่างกับคนอื่นชัดเจนมากนัก (ตามรายงานที่อ่านมา) แต่จะมีขนาดค่อนข้างใหญ่กว่าปกติ

ดูเหมือนไอน์สไตน์ก็ยังมีความขัดแย้งอะไรในใจอยู่เหมือนกัน เช่นการใชัคำว่า imagination is more important than knowledge การใช้จินตนาการน่าจะเป็นการใช้ทางจิตมากกว่าการใช้ทางกายภาพที่สามารถเก็บความรู้ไว้ได้มาก (ถ้าคิดว่าสมองคนเหมือนกับ hard disk) แต่จริง ๆ แล้วมันไม่ใช่ ด้วยความคิดที่ว่าความฉลาดปราชญ์เปรื่องเกิดจากสมอง เขาจึงใช้สมองสร้างอะไรมากมายโดยไม่มีที่สิ้นสุด แต่ก็ยังดูถูกตัวเองว่ายังฉลาดไม่พอ เห็นว่ามนุษย์ต่างดาวฉลาดกว่า ทั้งที่ไม่รู้ว่ามีจริงหรือเปล่า อาจจะเป็นกลุ่มคนที่จะกล่าวต่อไปนี้ก็ได้ที่ฉลาดกว่า

ในขณะเดียวกันชาวตะวันออกกลับมองด้านจิตมากกว่า ความฉลาดจะเริ่มต้นจากจิต ในครั้งพุทธกาลมีพระอรหันต์หลายต่อหลายองค์ที่ไม่ค่อยได้เรียนอะไรมาก แถมบางท่านยังโง่เสียอีก แต่พอบรรลุเป็นพระอรหันต์แล้วท่านก็เปี่ยมไปด้วยความฉลาด มันเป็นไปได้อย่างไร ประโยชน์อีกอย่างของความฉลาดทางจิตคือฉลาดที่จะนำไปสู่ความสุข แต่ฉลาดทางสมอง มักจะนำไปสู่ความทุกข์ (ดังจะเห็นเป็นตัวอย่างอยู่เสมอ ดังเช่นคำพังเพยที่ว่า ความรู้ท่วมหัวเอาตัวไม่รอด)

พระพุทธองค์ขณะยังเป็นเจ้าชายสิทธัตถะได้เรียนสำเร็จปริญญา 18 ใบ เป็นปริญญาที่มีทั้งหมดในมหาวิทยาลัยตักกะศิลา (มีใครบ้างสามารถทำได้ในโลกนี้) ซึ่งก็ถือว่าเป็นความฉลาดทางด้านสมอง แต่เมื่อเข้าสู่ความฉลาดทางจิตแล้ว (สำเร็จเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า) ท่านก็ทิ้งความรู้ทางโลกนั้นเสีย แล้วสั่งสอนคนให้มีความฉลาดทางจิตวิญญาน แม้ในปัจจุบันจะเห็นได้ว่าพระบางรูปเรียนมาน้อยนิดหรือไม่ได้เรียนอะไรเลย แต่ท่านมีความรู้ต่าง ๆ มากมาย มันเกิดขึ้นมาได้อย่างไร

งานเขียนนี้เป็นความคิดเห็นของผู้เขียนทั้งหมดแต่ก็ได้ศึกษากระบวนการคิดมาทั้งสองแบบมาบ้าง และทั้งสองแบบนั้นก็สามารถสร้างความฉลาดได้พอกัน แต่ความฉลาดทางตะวันตกมักจะนำไปสู่ความทุกข์และหายนะดังที่ปรากฏให้เห็นโดยทั่วไปและไม่มีที่สิ้นสุด (ออกนอกโลก นอกจักรวาล) ในขณะเดียวกันความฉลาดทางตะวันออกจะนำไปสู่ความสุขและมีที่จบ (คือจบจากความทุกข์) รักทางไหน ชอบทางไหน ก็เลือกเอาเองก็แล้วกัน แต่สำหรับผู้เขียนน่าจะพอเดาออกว่าเลือกทางไหนไว้แล้ว………

About เพียรพอเพียง

เขียนอะไรที่อยากจะเขียน เป็นคนชอบเขียนหนังสือ เขียนอะไรไปตามเรื่อง แล้วแต่จะนึกคิดได้ เนื้อหาหลากหลายทั้งธรรมะ ตลกขบขัน ความคิดสร้างสรรค์ วิชาการ ไม่ใช่วิชาการ อาจจะมีบทหน้งละครบ้าง (แต่ยังไม่ทำ)
This entry was posted in Dhamma & Life, My perspective (คิดอย่างข้าฯ-มองกลับมุม). Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s