ทรมานตนแสนยาก แต่ไม่พ้นวัฏฏสงสาร

ในทุก 4 ปีจะมีการจัดแข่งขันก๊ฬาโอลิมปิก หลายประเทศต้องการเป็นเจ้าภาพกันนักกันหนา และในแต่ละปีก็จะมีนักก๊ฬาได้เหรียญทองกันหลายคน แล้วแต่ประเภทของกีฬา และต่อไปเหรียญทองก็จะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ตามกิเลสของคน

การจะเป็นนักกีฬาระดับโอลิมปิกมันไม่ใช่เรื่องง่าย บอกได้เลยว่ายากเอามาก ๆ ยิ่งต้องการให้ได้เหรียญทองนั้นยิ่งยากขึ้นเป็นทวีคูน บางคนต้องใช้เวลาเป็นสิบ ๆ ปี แม้ว่าจะพยายามมากแค่ไหน บางครั้งก็ไม่ประสบผลสำเร็จ การลงทุนในแต่ละประเภทมหาศาลเพื่อเหรียญอย่างเดียว

การได้มาซึ่งเหรียญไม่ว่าจะเป็นเหรียญอะไร นั่นคือ ได้ลาภ ได้ยศ ได้สรรเสริญ และเป็นสุข ก็ตามมา แต่ก็มีสิ่งที่จะหลีกเลี่ยงไม่ได้คือการ เสื่อมลาภ เสื่อมยศ มีนินทา และมีทุกข์  เพราะอยู่ในโลกธรรม 8 มันเป็นของคู่กันไม่มีทางหลีกเลี่ยงได้

ถ้าเปลี่ยนความพยายามจากการเป็นนักกีฬาเหรียญทองโอลิมปิกมาเป็นการปฏิบัติธรรมบ้าง ด้วยความพยายามระดับนั้นพวกเขาสามารถที่จะเป็นพระอรหันต์ได้สำหรับผู้ที่ได้เหรียญทอง ถ้าเหรียญเงินก็น่าจะเป็นระดับพระอนาคามี เหรียญทองแดงก็น่าจะเป็นพระสกิทาคามี ส่วนนักกีฬาเหรียญทองในระดับอื่นก็อาจเป็นพระโสดาบันได้ นี่เป็นสิ่งที่ชีวิตเกิดมาต้องการที่สุดไม่ใช่หรือ

แต่ก็อย่างว่าการจะให้คนมองเห็นทุกข์ได้นั้น พระพุทธองค์ได้ตรัสไว้ว่ายากกว่ายิงลูกศรร้อยดอกให้ผ่านรูกุญแจอันอยู่ไกล้ได้ หรือจักผมให้เป็นร้อยแฉกเท่า ๆ กัน ดู ๆ แล้วก็เหมือนกับว่ามันยากยิ่งกว่าการเป็นนักกีฬาโอลิมปิกเหรียญทองเสียด้วยซ้ำ แต่นี่เป็นแค่การอุปมาอุปมัยเท่านั้น

ไม่ได้มีอคติต่อกีฬาอะไรมากหรอกนี่เป็นการยกเอามาเป็นตัวอย่างเท่านั้น จริง ๆ แล้วกีฬาก็มีประโยชน์อยู่ไม่น้อยสำหรับเป็นเครื่องมือออกกำลังกาย ลองย้อนไปดูว่ามีการแข่งขันอะไรบ้างหลังจากการแข่งขันกันแล้วจะไม่มีการทะเลาะกัน กีฬาน่าจะไม่ใช่ยาวิเศษแล้ว แต่การออกกำลังกาย (โดยใช้กีฬาเป็นสื่อ) ต่างหากล่ะเป็นยาวิเศษอย่างแท้จริง

ชีวิตนี้สั้นนักพระพุทธองค์บอกว่าไม่เกินร้อยปี หรือเกินได้ก็เพียงเล็กน้อย เราควรทำอะไรในที่นี้เป็นแค่ยกกีฬามาเป็นตัวอย่างเท่านั้น ยังมีการกระทำอื่น ๆ อีกที่ต้องทรมานตนเอง (อัตถกิลมัตถานุโยค)  และการปล่อยตัวปล่อยใจไปตามความต้องการของตัวเอง (กามสุขัลลิกะ) ทั้งสองส่วนก็เป็นการทรมานตนเช่นกัน ถ้าไม่ดำเนินตามเส้นทางสายกลาง (มัชฌิมาปฏิปทา) มันก็ได้แค่ทรมานตนแสนยากแต่ก็ไม่พ้นวัฏฏสงสาร อยู่ดีนั่นเอง

 

About เพียรพอเพียง

เขียนอะไรที่อยากจะเขียน เป็นคนชอบเขียนหนังสือ เขียนอะไรไปตามเรื่อง แล้วแต่จะนึกคิดได้ เนื้อหาหลากหลายทั้งธรรมะ ตลกขบขัน ความคิดสร้างสรรค์ วิชาการ ไม่ใช่วิชาการ อาจจะมีบทหน้งละครบ้าง (แต่ยังไม่ทำ)
This entry was posted in Dhamma & Life. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s