การเมืองไม่ใช่อาชีพ

แต่หลาย ๆ คน พอเข้าไปเป็นนักการเมืองแล้ว จากการที่ไม่มีอะไรหรือมีเงินในระดับหมื่นบาท กลายเป็นเงินหลายร้อยล้าน หรือหลายพันล้าน บางครั้งเป็นหมื่นเป็นแสนล้าน เอะ…การเมื่องเป็นอาชีพหรือ? ถ้ามันเป็นอาชีพก็เป็นอาชีพที่มีรายได้ที่ดีที่สุดในโลก เพราะสามารถรวยได้เร็วมากกว่าอาชีพอี่นอย่างอาชีพนักธุระกิจซึ่งเป็นอาชีพที่รวยที่สุด แต่ก็ยังต้องใช้เวลา

โดยความสัจจริงแล้วนักการเมืองควรจะต้องเป็นคนที่พึ่งตัวเองได้แล้ว ก็ค่อยคิดช่วยคนอื่น คนที่พึ่งตัวเองได้แล้วนั่นแปลว่าเขารวยแล้ว อาจจะมีเงินทองไม่มาก นักการเมืองที่แท้จริงเช่น มหาตมะ คานธี นายเนลสัน เมลเดลล่า ซึ่งทั้งสองท่านได้รับการยกย่องว่าเป็นมหาบุรุษ จะเห็นว่าท่านไม่ได้มีความอื้อฉาวทางการเงิน แถมไม่ค่อยมีสตางค์สักเท่าไหร่ด้วย

แต่มาดูตอนนี้สิ มีการหาเสียงเพื่อให้ได้รับเลือกเขาไปเป็น สส. คล้าย ๆ กับการสอบเข้าไปทำงานอะไรสักอย่างที่มีรายได้ดี แล้วก็มีการส่งต่อกันเป็นรุ่น ๆ จากรุ่นปู่ ก็มารุ่นพ่อ ก็มารุ่นลูก และก็ยังจะต่อไปเป็นรุ่นหลาน เพราะใคร ๆ ก็อยากเป็นมันรายได้ดีใช่ไหม่? บางคนหน้าอ่อน ๆ จบมหาวิทยาลัยมาใหม่ ๆ ยังไม่ได้ทำงานอย่างอื่นเลย สมัครเป็น สส. แล้ว แล้วจะไปช่วยใครได้?

จะขอเรียกการเมืองแบบนี้ว่าการเมืองโลกียะ เพราะถ้าพูดถึงคำว่าการเมืองเมื่อไหร่นั่นแสดงว่าเป็นเรื่องไม่จริง เช่นป่วยการเมือง (คือการป่วยไม่จริง) เล่นการเมือง (ซึ่งการเมืองไม่ใช่เรื่องเล่น) มันจึงเลอะเทะอยู่อย่างนี้ นักการเมืองก็คิดอะไรไม่ออก วนอยู่อย่างนี้ คิดได้แต่ว่าจะให้สินบนคน (ประชานิยม) เพื่อให้เลือกตัวเอง เพื่อตัวเองจะได้มีอาชีพ เปรียบเหมือนการป่าวประกาศว่าใครจะให้ปลาตัวใหญ่กว่ากัน แทนการสอนประชาชนจับปลา เขากำลังทำให้ประชาเป็นคนขี้ขอ หรือกำลังทำให้คนเป็นง่อย แล้วบ้านเมืองจะไปได้อย่างไร?

ในขณะเดียวกันก็มีการเมืองที่เป็นการเมืองโลกุตตระ เขาจะไม่เล่นการเมือง แต่จะทำการเมือง นั่นแปลว่าผู้ที่จะออกมาทำการเมืองคือคนที่พึ่งตัวเองได้แล้ว รวยแล้ว (แม้จะไม่มีเงินมาก) รู้จักการใช้ชีวิต ไม่มีการส่งต่อรุ่นต่อรุ่นเป็นอาชีพอย่างที่เข้าใจกันในปัจจุบัน การทำตัวเป็นตัวอย่างที่ดีดีกว่าคำสอน นักการเมืองโลกุตตระจะเป็นตัวอย่างที่ดีให้แก่ประชาชนที่อาจจะยังไม่เข้าใจเรื่องของชีวิต แนะนำเขาวิธีการพึ่งตนเอง คนเราก็จะช่วยกันทำงาน แล้วอย่างนี้บ้านเมืองจะไม่เจริญได้อย่างไร?

เรายังคิดว่าการเมืองในปัจจุบันนี้ยังเป็นอาชีพอยู่ เราก็จะพบวังวนแห่งความชั่วร้ายอยู่อย่างนี้ แต่เมื่อไรเรายกระดับขึ้นเป็นการเมืองโลกุตตระ(คือการเสียสละ)แล้ว เราจะเข้าใจว่าการเมืองไม่ใช่อาชีพ ขอยืนยัน

 

About เพียรพอเพียง

เขียนอะไรที่อยากจะเขียน เป็นคนชอบเขียนหนังสือ เขียนอะไรไปตามเรื่อง แล้วแต่จะนึกคิดได้ เนื้อหาหลากหลายทั้งธรรมะ ตลกขบขัน ความคิดสร้างสรรค์ วิชาการ ไม่ใช่วิชาการ อาจจะมีบทหน้งละครบ้าง (แต่ยังไม่ทำ)
This entry was posted in My perspective (คิดอย่างข้าฯ-มองกลับมุม), My writings (งานเขียนของข้าฯ). Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s