สมองตื้อจังเลย….

ความคิดเกิดขึ้นมาตลอดเวลา ถ้าไม่อยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ มีเรื่องโน่นเรื่องนี่น่าเขียน แต่ก็ลืมไปเมือไม่ได้เขียน พอจะนึกอีกทีก็นึกไม่ออก เฮ้อ…เราเป็นอะไรไป

บางครั้งสมองตื้อเวลาเขียนบล๊อกไม่ออก ไม่รู้จะเขียนอย่างไร บางหัวข้อนำมาเขียนตั้งหลายครั้ง หลังจาก save draft ไว้ เมื่ออ่านดูแล้วก็รู้ว่ามันไม่ใช่เรา อาจจะได้เนื้อความหรือความรู้แต่ไม่ใช่สไตล์เรา ต้องเก็บไว้ สำหรับสไตล์เราเป็นอย่างไร เอาอย่างนี้จะบอกความลับให้ เพราะเราเขียนหลายแบบหลากหลายสไตล์

อาจจะเริ่มต้นด้วยวลี หรือคำความ ท่อนของเพลง หรืออะไรก็ได้เป็นตัว trigger (กระตุ้น) แล้วก็เล่าไปต่าง ๆ นา ๆ จับโน่นชนนี่ จับนี่ชนโน่น เชื่อมโยงกันไปให้มันเป็นเรื่องเป็นราว สุดท้ายงานเขียนนั้นอ่านแล้วอาจจะไม่รู้เรื่องเลยว่าเขียนอะไร (ผู้เขียนต้องการทิ้งปริศนาไว้ให้คิด) อาจจะคิดออกตอนไปเจออีกครั้งหนึ่่ง (เจออะไรไม่รู้)

บางงานเขียนก็จะต้องการให้รู้คำตอบตอนท้าย แต่ในช่วงของการเขียนก็หลอกล่อให้ผู้อ่าน อ่านให้จบไม่อย่างนั้นก็จะไม่รู้ว่าเขียนอะไร พออ่านจบแล้วก็จะร้องอ้อ…เขียนเรื่องนี้เอง

งานเขียนเกี่ยวกับธรรมะ อันนี้ต้องค้นหาหลักฐานพอสมควร ขณะนี้ไม่ยากสามารถค้นได้จากอินเตอร์เนท ประกอบกับความรู้ที่มีพร้อมทั้งสภาวะที่เป็นอยู่ งานเขียนนี้ต้องระวังเป็นอย่างมาก sensitive เอามาก ๆ

งานเขียนเกี่ยวกับตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นอดีต เป็นงานเขียนจากความทรงจำ จากความรู้สึก จากความประทับใจ จากความเกลียดชัง (ตอนนี่ไม่มีแล้ว เหลือแต่ความทรงจำ) เขียนแล้วให้ความรู้สึกดี สะใจตัวเอง อาจจะทำให้คนอื่นมีอาการไม่สบายก็ได้…..(เช่นอยากจะอาเจียน…เป็นต้น)

สุดท้ายงานเขียนด้านวิชาการก็เขียนไปตามเนื้อหาไม่ยาก ใช้ mindmap ช่วย ถ้าเป็นงานเขียนบทความนี้ค่อนข้างจะมีรูปแบบที่แน่นอน มักจะเริ่มต้นตรง ๆ เลย ไม่อ้อมค้อมแล้วค่อยขยายลงในรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ไปเรื่อย ๆ ถ้านักเขียนมือใหม่พออ่านแล้วมันแสนจะน่าเบื่อ ยิ่งไม่รู้ขั้นตอนของการเขียนแล้วยิ่งไปกันใหญ่ ส่วนนักเขียนหน้าเก่า (อย่างเรา) จะเอาแบบไหนบอกมา..โดยเฉพาะงานเขียนแบบนี้จะเขียนขั้นตอนละรายละเอียดในรายการต่อ ๆ ไป

โอ้ยวันนี้ สมองตื้อจังเลย…ไม่รู้จะเขียนอะไร ก็เลยเขียนไปเรื่อย ๆ แล้วมันเป็นสไตล์เราหรือเปล่า? ก็ไม่รู้เหมือนกัน เอาเป็นว่าเขียนไปก่อนก็แล้วกัน

About เพียรพอเพียง

เขียนอะไรที่อยากจะเขียน เป็นคนชอบเขียนหนังสือ เขียนอะไรไปตามเรื่อง แล้วแต่จะนึกคิดได้ เนื้อหาหลากหลายทั้งธรรมะ ตลกขบขัน ความคิดสร้างสรรค์ วิชาการ ไม่ใช่วิชาการ อาจจะมีบทหน้งละครบ้าง (แต่ยังไม่ทำ)
This entry was posted in My perspective (คิดอย่างข้าฯ-มองกลับมุม), Tacit Knowledge. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s