อยากรวย – อยากจน

เป็นตรรกะง่าย ๆ อยากรวยหมายถึงยังจนอยู่ อยากจน (ไม่ใช่ยากจน) คือคนที่รวยแล้ว เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ไม่ง่าย บางครั้งเงินไม่ใช่ตัววัดว่าคนนั้นจนหรือรวย ขึ้นอยู่กับความอยากเท่านั้นที่จะสามารถแบ่งความจนหรือความรวย

เอาเรื่องอยากรวยก่อนก็แล้วกัน คนส่วนใหญ่ต้องการรวยหรืออยากรวย ไล่มาตั้งแต่มีเงินเป็นแสนล้าน เขาก็ต้องการมีเป็นล้าน ๆ คนมีหมื่นล้านก็ต้องการมีแสนล้าน คนมีพันล้านก็ต้องการมีเป็นหมื่นล้าน ลดลงมาเรื่อย ๆ ……..อาจจะคนมี 10 บาท ก็ต้องการมี ร้อยบาท พันบาท หมื่นบาท แสนบาท ล้านบาท มีล้านบาทก็ต้องการมีหลายล้าน เราจะเรียกพวกเขาว่าเป็นคนจนหรือคนรวยกันดี ทั้งที่มีเงินอยู่ในมือมากมาย ดังนั้นการมีเงินอยู่ในมือ ไม่ว่าจำนวนเท่าไหร่ ก็ไม่ได้หมายถึงว่าคนนั้นจะเป็นคนรวย ตราบใดยังมีความต้องการไม่สิ้นสุด ตราบนั้นก็ยังจะสามารถเรียกเขาว่าเป็นคนจนอยู่

ในทางกลับกัน แม้ว่าคน ๆ นั้นอาจจะมีเงินไม่มากแต่อยากจน (ไม่ใช่ยากจน) หรือจะมีเงินมากก็แล้วแต่แต่ก็อยากจน จะสามารถบอกว่าเขาเป็นคนรวยแล้วได้หรือไม่ แต่มันก็ไม่ง่าย

เรามานึกถึงความเป็นไปได้ว่าอะไรจะเป็นง่ายกว่ากัน อยากรวยคือการอยากมีเงินมาก ๆ การจะมีได้มาก ๆ นั้นต้องใช้ความพยายามมากมาย แต่ก็ยังไม่รู้จะเป็นไปได้หรือไม่ คนที่่เป็นได้จะเห็นว่าไม่กี่คน แต่ก็คนก็ยังต้องการ อย่างน้อยก็ขอถูก lottery รางวัลที่หนึ่งสักครั้งหน่า แต่ความเป็นไปได้มี 1 ใน 1,000,000  ในขณะเดียวกันคนที่มีเงินมาก ๆ หรือไม่มากก็ตามเกิดอยากจนขึ้นมา ความเป็นไปได้ก็มีสูงมาก และสุดท้ายจะเป็นไปได้ในที่สุด

พระพุทธองค์ เป็นถึงเจ้าชาย มีปราสาท 3 ฤดู ต้องการอะไรได้ทั้งนั้น แต่พระพุทธองค์ก็เดินทางจากความมั่งมีสู่ความยากจน (เพราะอยากจน) จนไม่มีบ้านช่องเป็นของตัวเอง ทั้งพระชนน์ชีพใช้แค่บาตรเดียว เพื่อเลี้ยงชีวิตและทำประโยชน์ให้ผู้อื่น แต่พระพุุทธองค์ก็มีความสุขอันหาที่เปรียบไม่ได้ (วูปสโม สุโข) ไม่ใช่แค่พระพุทธองค์เท่านั้นที่ทำได้ พระสาวกต่าง ๆ ก็เดินตามทางท่านเช่นกัน พระยะสะ กุลบุตร ใส่รองเท้าทองคำ (ตอนนี้มีคนใส่หรือเปล่า) ก็ถอดรองเท้าทองนั้นเสีย และเดินด้วยเท้าเปล่าไปตลอดชีวิต และท่านก็มีความสุขเช่นกัน

ใครจะเลือกทางไหน ก็คงไม่มีใครสามารถบอกได้ รักทางไหนก็เลือกเองนะคุณ

About เพียรพอเพียง

เขียนอะไรที่อยากจะเขียน เป็นคนชอบเขียนหนังสือ เขียนอะไรไปตามเรื่อง แล้วแต่จะนึกคิดได้ เนื้อหาหลากหลายทั้งธรรมะ ตลกขบขัน ความคิดสร้างสรรค์ วิชาการ ไม่ใช่วิชาการ อาจจะมีบทหน้งละครบ้าง (แต่ยังไม่ทำ)
This entry was posted in Dhamma & Life. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s