ตัวอะร่อยหาหายไปไหน?

หลายคนคงมีเคยมีประสบการณ์ กำลังมีประสบการณ์ และยังจะต้องมีประสบการณ์ต่อไปในอนาคต ที่พบว่าไปทานอาหารอะไรสักอย่างหนึ่งมันช่างอะร่อยเหลือเกิน แต่พอไปรับประทานสิ่งนั้นบ่อย ๆ กลับพบว่าความอะร่อยมันค่อย ๆ หายไปเรื่อย ๆ จนบางครั้งไม่อยากจะรับประทานสิ่งนั้นเป็นเวลานานกว่าที่จะกลับมาร้บประทานใหม่อีกครั้ง แปลกไหมว่าความอะร่อยมันหายไปไหน? บางครั้งเราจำเป็นต้นย้ายที่กินที่ใหม่ กลับพบว่าอาหารนั้นมันช่างอะร่อยเหลือเกิน แต่ก็ไม่เสมอไป บางคนบอกว่าอะร่อย แต่บางคนบอกว่าไม่อะร่อย เอะมันอะไรกันแน่!!!

เรื่องนี้มันน่าจะมีอะไรบางอย่างซ่อนเร้นอยู่ สำหรับอาหารมันน่าจะมีตัวอะร่อยอยู่ในอาหารนะ มันจึงทำให้อาหารอะร่อยได้ แต่พอกินไป ๆ ทำไมมันค่อย ๆ หายไป จะพบได้ว่าเรื่องนี้จะพบในการรับประทานอาหารในครั้งนั้น ๆ จะเป็นไปได้ไหมตัวอะร่อยมันค่อย ๆ กระโดดออกจากจาน ถ้วย หรือภาชนะที่ใส่อาหาร ไม่อย่างงั้นแล้วอาหารนั้นก็คงจะยังคงอะร่อยอยู่ตลอดการกิน

ตอนเป็นเด็กก็สงสัยเรื่องนี้เหมือนกัน พอกินอาหารอะไร อะร่อย ๆ ก็อยากจะให้มันอยู่นาน ๆ แต่มันก็ไม่เป็นเช่นนั้นสงสัยเรื่องนี้อยู่นาน ค้างคาใจอยู่นาน เพราะพบว่ามันอะร่อยตรงปลายลิ้นเท่านั้น เอะตรงคอทำไมจึงไม่อะร่อย ยิ่งตกถึงท้องแล้วยังไม่เห็นอะร่อยเลย และก็เป็นเช่นนี้เสมอ เลยไม่ค่อยสนใจเรื่องของความอะร่อยของอาหารมากนัก

ตอนไปประเทศญี่ปุ่น ตอนนั้นเป็นนักมังสะวิรัติแล้ว คิดว่าคงลำบากเรื่องกินน่าดู หลายคนก็เป็นห่วง บอกตรง ๆ ว่าตัวเองก็ลำบากน่าดูเหมือนกัน ต้องยอมรัปประทานไข่ เพราะถ้ารับประทานไข่ ปัญหาเรื่องอาหารก็จะแก้ได้หมด แต่ก็ได้รับคำแนะนำจากพระว่าเป็นโอกาสที่ดีที่ได้ฝึกตัวฝึกตน โดยเฉพาะเรื่องการกิน ตัดสินใจไม่รับประทานไข่ อาหารประจำวันคือ ข้าวกล้อง ถั่วงา ถัวเน่าญี่ปุ่น ถั่วเหลืองต้มแล้ว ผักสด ผลไม้ วนอยู่อย่างนี้ตลอดเก้าเดือน (แต่ก็ไม่เบื่อนะ) ถ้าออกไปข้างนอก จำเป็นจริง ๆ ก็ใช้วิธีเขี่ยเนื้อออก หรือให้เพื่อน ถ้าเป็นข้าวกล่อง ก็จะได้รับการอนุเคราะห์ผักสดจากเพื่อน ๆ (ข้าว + ผักสด + ผลไม้) ชีวิตก็ไม่มีปัญหา

ถามว่าตัวอะร่อยหายไปไหน? ก็ได้รับคำตอบจากพระท่านว่า จริง ๆ แล้วตัวอะร่อยมันไม่มี มันเป็นแค่อุปทานเท่านั้นเอง คำตอบจากพระท่านเหมือนกับได้ชำระสิ่งที่ค้างคาใจมาตั้งแต่เด็ก อย่างไรก็ตามต้องเข้าใจให้ดีว่า ลิ้นของเรามีตัวรับรสที่รับได้จริง ๆ เผ็ด เค็ม หวาน ฝาด เป็นต้น แต่ด้วยอุปทานของแต่ละคนก็การตั้งความอะร่อยของตนเองไว้เท่านั้นเอง เช่นบางคนบอกว่าเค็มอะร่อย บางคนบอกว่าหวานอะร่อย หรือเผ็ดอะร่อย เป็นต้น

ถามอีกครั้งว่าตัวอะร่อยมันหายไปไหน? จริง ๆ แล้วมันไม่ได้หายไปไหน แล้วมันจะหายไปไหนได้ก็เพราะมันไม่มี เอ๊ะ….จะรู้กันได้บ้างไหมนิ !!!!

About เพียรพอเพียง

เขียนอะไรที่อยากจะเขียน เป็นคนชอบเขียนหนังสือ เขียนอะไรไปตามเรื่อง แล้วแต่จะนึกคิดได้ เนื้อหาหลากหลายทั้งธรรมะ ตลกขบขัน ความคิดสร้างสรรค์ วิชาการ ไม่ใช่วิชาการ อาจจะมีบทหน้งละครบ้าง (แต่ยังไม่ทำ)
This entry was posted in Dhamma & Life, My perspective (คิดอย่างข้าฯ-มองกลับมุม). Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s