งานวิจัย – ไม่ต้องคิดมาก

“บทความนี้เขียนขึ้นในเชิงวิชาการ เพื่อจุดประสงค์ในการเผยแพร่ให้นักศึกษา หรือใครที่สนใจอ่าน เผื่อจะได้ความรู้บ้าง”

การจะทำวิจัยสักเรื่องหนึ่งโดยเฉพาะนักศึกษาในระดับปริญญาโท-เอก จะมีขั้นตอนของการทำค่อนข้างชัดเจน เริ่มต้นด้วย การสำรวจวรรณกรรม การทดลอง และสรุปผล หรือเขียนออกมาเป็นวิทยานิพนธ์

ในแต่ละขั้นตอนถ้าเราเลือกกระบวนการคิดที่ถูกกับลักษณะงานแล้วจะทำให้วิทยานิพนธ์ของเราไม่ใช่เรื่องยากเลย เอาเริ่มต้นด้วย การสำรวจวรรณกรรม ซึ่งเป็นส่วนจะบ่งบอกถึงจุดแข็ง (strength) ของเราว่าเรารู้เรื่องนั้นดีมากน้อยแค่ไหน กระบวนการคิดที่ใช้ในขั้นตอนนี้คือกระบวนการคิดที่เรียกว่า “กระบวนการคิดเชิงวิพากษ์ หรือ critical thinking” ในช่วงนี้ ฝรั่งเขาให้ใช้คำถามที่ขึ้นต้นด้วย What? Why? How? เพื่อเป็นคำถามนำ เมื่อเราอ่านหนังสือ หรือบทความทางวิชาการของใครก็ตาม ของให้วิพากษ์ก่อน อย่าเพิ่มไปเชื่อทันที แม้ว่าเจ้าของบทความนั้นจะเป็นใคร ยิ่งใหญ่แค่ไหน เพราะถ้าเราไปเชื่อเขาก่อนแล้ว แนวความคิดใหม่จะไม่เกิดขึ้น ในแต่ละบทความจะต้องพยายามวิพากษ์ (critique) ให้ได้ สิ่งนี้จะเป็นตัวบ่งบอกถึงกึ่นของนักวิจัยเลยที่เดียว แนวความคิดใหม่ก็จะเกิดขึั้น ถ้าเราได้ GAP หรือช่องว่างที่จะทำวิจัยแล้ว และพอแล้วสำหร้บข้อมูลเราก็จะก้าวต่อไป และเก็บกระบวนการคิดเชิงวิพากษ์ไว้ก่อน

ขั้นตอนต่อไปเป็นกระบวนการที่ต้องออกแบบการทดลองที่เป็นงานของเรา ปรับสมองให้ใช้กระบวนการคิดเชิงสร้างสรรค์ หรือ creative thinking คือการหาแนวทางสำหรับการทดลอง รูปแบบการทดลอง รูปแบบของคำถาม คิดให้เยอะ ๆ แล้วค่อยเลือกรูปแบบที่เหมาะสมกับงาน แล้วทำการทดลอง จะทำอะไรในขั้นตอนนี้ให้ใช้กระบวนการคิดกว้าง (เทคนิดกระบวนการคิดเชิงสร้างสรรค์ศึกษาได้จากตำราเยอะแยะในท้องตลาด) เอาละเมื่อได้ข้อมูล วิจารณ์ ทุกอย่างแล้ว คงต้องนำเสนอ ทิ้งความคิดนี้เสีย ก้าวต่อไปอีกกระบวนการคิดอีกรูปแบบหนึ่งที่เรียกว่า คิดเชิงตรรกะ หรือ logical thinking

รูปแบบของวิทยานิพนธ์ต้องเป็นตรรกะ คือมีเหตุมีผลเชื่อโยงกันหมด เช่นส่วนที่ 1 เราก็บอกว่าเราจะทำอะไร มีเบื้องหลังการเป็นมาอย่างไร อะไรเป็นแรงบันดาลใจ ตั้งสมมุติฐานว่าน่าจะเป็นอย่างไร ส่วนที่ 2 หาความรู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อเสริมสร้างความรู้ให้เข้มแข็งขึ้น ส่วนที่ 3 ออกแบบและทดลองตามความเชื่อของเรา ส่วนที่ 4 ผลเป็นอย่างไรบอกมา ส่วนที่ 5 งานที่เราทำเป็นไปตามหรือไม่เป็นไปตามส่วนที่ 1 ไหม? ตอบคำถามส่วนที่หนึ่งได้ไหม แล้วควรจำทำอะไรต่อไป จะเป็นได้ว่ากระบวนการทั้งหมดเป็น ตรรกะ และจะหมุนวนลักษณะ Helical loop ไปเรื่อย ๆ

แค่นี้เอง……..ไปคิดอะมาก !!!!!!

ปล. ของแถมอีกนิด องค์ประกอบของวิทยานิพนธ์ที่ดีคือ

1. Grammatical – ต้องใช้ภาษาไทยให้ถูกต้อง เขียนสะกดให้ถูก บ้างครั้งผู้อ่านจะรำคาญมากถ้าเห็นวิทยานิพนธ์ ใช้ภาษาไม่ถูกต้อง

2. Logical – ได้กล่าวมาแล้วข้างบน

3. Rhetorical – การใช้ภาษาที่สละสลวย สอดคล้องกัน อ่านแล้วเหมือนอ่านนวนิยายอย่างไงก็อย่างงั้น (ระดับนี้อาจจะต้องพะวงมากนักสำหรับมือใหม่ แต่จะเห็นงานของมือเก่า ๆ หรือระดับปรมาจารย์)

Lastly, this writing may be beneficial somewhat for those who visit this unofficial blog.

Cheers

About เพียรพอเพียง

เขียนอะไรที่อยากจะเขียน เป็นคนชอบเขียนหนังสือ เขียนอะไรไปตามเรื่อง แล้วแต่จะนึกคิดได้ เนื้อหาหลากหลายทั้งธรรมะ ตลกขบขัน ความคิดสร้างสรรค์ วิชาการ ไม่ใช่วิชาการ อาจจะมีบทหน้งละครบ้าง (แต่ยังไม่ทำ)
This entry was posted in Academic contents, Tacit Knowledge. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s